ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ โดยได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการปะทะกันล่าสุดระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพของทั้งฝ่าย
ณ เวลา 22.51 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.05% สู่ระดับ 99.215 ขณะที่ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.01% สู่ระดับ 1.163 เทียบยูโร และดีดตัว 0.13% สู่ระดับ 159.49 เยน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐตกภายในน่านฟ้าของอิหร่าน
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า อิหร่านขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมและเด็ดขาดในการตอบโต้ต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งอิหร่านและสหรัฐบรรลุข้อตกลงดังกล่าวในเดือนเม.ย.
นอกจากนี้ IRGC ระบุว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับและติดตามเครื่องบินสอดแนมแบบ RQ-4 Global Hawk และเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมแทรกแซงและก้าวร้าวของกองทัพสหรัฐ และได้ยิงตอบโต้จนทำให้เครื่องบินดังกล่าวล่าถอยไป
แม้ IRGC ไม่ได้เปิดเผยวันที่เกิดการปะทะ แต่แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดในภาคใต้ของอิหร่าน
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า รายงานของสื่ออิหร่านเกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐและอิหร่านนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
'รายงานจากสื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และบันทึกความเข้าใจที่พวกเขาเผยแพร่ ก็เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด ไม่มีใครควรเชื่อสิ่งที่สื่อรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่ โดยความจริงสำคัญที่สุด' ทำเนียบขาวโพสต์ข้อความบน X
ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับเบื้องต้น และไม่เป็นทางการกับสหรัฐ เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย
ภายใต้กรอบดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สหรัฐจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
รายงานระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งไม่รวมเรือทางทหาร และกำหนดให้อิหร่านบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมาน ยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย และอิหร่านจะไม่ดำเนินการใด ๆ หากไม่มี "การตรวจสอบยืนยันที่เป็นรูปธรรม"
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในเวลา 60 วัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจได้รับการรับรองเป็นมติผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ