สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ซือ หย่งซิน อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินอันมีชื่อเสียงของจีน ถูกศาลตัดสินจำคุก 24 ปีในวันนี้ ในความผิดหลายข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
ทั้งนี้ คำแถลงของศาลประชาชนขั้นกลางเมืองซินเซียง มณฑลเหอหนานของจีน ระบุว่า ซือ หย่งซิน ซึ่งมีชื่อเดิมว่า หลิว อิงเฉิง ถูกตัดสินว่ามีความผิดในหลายกระทง รวมทั้งการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การยักยอกเงิน การนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การรับสินบนในฐานะบุคคลที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และการให้สินบน
ซือ หย่งซิน เป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินมาตั้งแต่ปี 2542 เขาเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการผลักดันวัดเส้าหลินให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ผ่านการแสดงกังฟู การท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และการเปิดศูนย์วัฒนธรรมในต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ สื่อจีนจึงตั้งฉายาเขาว่า "พระซีอีโอ"
ตามรายงานของสื่อทางการจีนและผลการพิจารณาของศาล ระบุว่า ซือได้ใช้อำนาจในตำแหน่งของตนโดยมิชอบตลอดเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินผิดกฎหมายและการติดสินบนมูลค่าราว 300 ล้านหยวน หรือราว 1,400 ล้านบาท
ศาลระบุว่า ซือได้ยักยอกเงินและทรัพย์สินของวัดและมูลนิธิมากกว่า 131 ล้านหยวนระหว่างปี 2546-2568 ส่วนในปี 2555-2565 ซือได้นำเงินของวัดและมูลนิธิมากกว่า 151 ล้านหยวนไปใช้ส่วนตัว และไม่ได้นำเงินคืนเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน
นอกจากนี้ ศาลยังพบว่า ตั้งแต่เดือนก.ค.2549 ซือใช้อำนาจในตำแหน่งของตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับโครงการก่อสร้างของวัดและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกกับเงินสดและทรัพย์สินมีค่ารวมกว่า 11.63 ล้านหยวน
ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2538-2565 ซือได้มอบเงินและทรัพย์สินมีค่ารวมกว่า 5.67 ล้านหยวนเป็นสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม
ศาลระบุว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมหาศาล และความผิดด้านสินบนที่ร้ายแรง รวมทั้งพฤติกรรมอาชญากรรมที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงและผลกระทบทางสังคมอย่างมาก จึงเห็นควรลงโทษอย่างหนักตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี ศาลระบุว่า ซือให้การรับสารภาพอย่างตรงไปตรงมา และเปิดเผยข้อเท็จจริงบางส่วนที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่ทราบ และแสดงความสำนึกผิดด้วยการยอมรับความผิด
หลังการประกาศคำพิพากษา ซือกล่าวต่อศาลว่า เขาจะไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน
เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเริ่มถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนก.ค.2568 เมื่อทางวัดเส้าหลินประกาศว่าเขากำลังถูกสอบสวนทางอาญา
ต่อมา สมาคมพุทธศาสนาของจีนได้เพิกถอนสถานะความเป็นพระของเขา ขณะที่อัยการอนุมัติการจับกุม และเขาถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.2569
นอกจากนี้ ซือยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดวินัยสงฆ์ด้วยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคนจนมีบุตร อย่างไรก็ดี โทษจำคุกที่ศาลตัดสินนั้นมุ่งเน้นไปที่การก่ออาชญากรรมทางการเงินเป็นหลัก
ข่าวอื้อฉาวของซือกลายเป็นข่าวใหญ่ในจีน เนื่องจากวัดเส้าหลินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน และเป็นต้นกำเนิดของกังฟูเส้าหลิน และเรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ยังจุดกระแสเรียกร้องในจีนให้มีการกำกับดูแลสถาบันศาสนาอย่างเข้มงวดมากขึ้น และแยกวัดออกจากการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์