สหรัฐฯ เผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่ง 4.8% สูงสุดในรอบ 11 เดือน อานิสงส์ดีมานด์เครื่องบินพาณิชย์-กระแสลงทุน AI

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานทะยานขึ้น 4.8% ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 11 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 หลังจากที่ขยายตัว 1.8% ในเดือนมี.ค. ทั้งยังมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มเครื่องบินพาณิชย์และกระแสความนิยมในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังคงเป็นความเสี่ยง

เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดสั่งซื้อในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6.0%

ยอดสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์พุ่งทะยานขึ้นถึง 165.9% ในเดือนเม.ย. หลังจากที่ลดลง 23.0% ในเดือนมี.ค. โดยโบอิง (Boeing) ได้รับยอดสั่งซื้อจำนวน 136 ลำในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับยอดสั่งซื้อเพียง 33 ลำในเดือนมี.ค.

ยอดสั่งซื้อโลหะพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.0% ขณะที่ยอดจองผลิตภัณฑ์โลหะสำเร็จรูปพุ่งขึ้น 3.5% ส่วนยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 0.7% ทางด้านยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนประกอบขยับขึ้น 0.5%

นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อโครงรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และรถพ่วง ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยอดสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ลดลง 2.5%

สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและไม่รวมเครื่องบิน ลดลง 1.0% ในเดือนเม.ย. ขณะที่ยอดจัดส่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งข้อมูลนี้ถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดแผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจในส่วนของอุปกรณ์เครื่องมือ