💥*"ทรัมป์" เดือด! ไม่พอใจหุ้นตก แม้ตัวเลขการจ้างงานแกร่งเกินคาด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ แสดงความไม่พอใจที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลงในวันนี้ แม้มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้เกิดเงินเฟ้อเสมอไป

'เมื่อมีการประกาศรายงานการจ้างงานที่ยอดเยี่ยมออกมา หุ้นก็ควรจะปรับตัวขึ้น ไม่ใช่ปรับตัวลง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด 200 ปีที่ผ่านมา'

'การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความว่าจะก่อให้เกิดเงินเฟ้อเสมอไป! แล้วประเทศหนึ่งจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างไร หากไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ???' ปธน.ทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 100 จุด โดยถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

นายสตีเฟน โคลต์แมน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์มหภาคของบริษัท 21Shares กล่าวว่า 'มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด โดยจากข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานในขณะนี้ การถกเถียงกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากคำถามที่ว่า "เฟดจะลดดอกเบี้ยได้เมื่อไหร่" ไปเป็น "ทำไมเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย" โดยหากเฟดเปลี่ยนจากการมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ไปสู่การใช้นโยบายแบบเข้มงวด การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ตลาดการเงินรับได้ยาก และจะกระตุ้นให้เกิดความผันผวนรอบใหม่ในสินทรัพย์ทุกประเภท'

นักลงทุนพากันเทน้ำหนักเกือบ 60% ต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในวันนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 57.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ขณะที่ให้น้ำหนัก 0.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 85,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนเม.ย.เป็นเพิ่มขึ้น 179,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 120,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 52,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 61.8%