ผลวิจัยชี้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลดฮวบช่วงล็อกดาวน์สกัดโควิด-19

นักวิจัยจากองค์กร Global Carbon Project เปิดเผยผลวิจัยเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2563 พบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโร นาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

คณะนักวิจัยกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยนักวิจัยจากออสเตรเลีย, อังกฤษ, สหรัฐ และศูนย์วิจัยด้านสภาพอากาศและสิ่ง แวดล้อมนานาชาติ (Centre for International Climate and Environmental Research: CICERO)

นายเพพ คานาเดลล์ ผู้ร่วมวิจัยจากศูนย์วิจัยด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพแห่งออสเตรเลีย (Australia’s Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation หรือ CSIRO) ระบุในข่าวที่เผยแพร่ให้สื่อมวลชนว่า “การ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงต่ำสุดเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่ง รวมถึงยานพาหนะบนท้องถนนและ การเดินเรือ ลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปี 2562

นายคานาเดลล์เปิดเผยด้วยว่า “ในบรรดาภาคส่วนอื่นๆ นั้น ภาคพลังงานไฟฟ้ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ตามมาด้วยภาคอุตสาหกรรมเป็นอันดับ 3 ในช่วงต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา”

ขณะที่อุตสาหกรรมการบินซึ่งส่วนใหญ่ต้องหยุดให้บริการทั่วโลกนั้น มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง 60%

คณะผู้วิจัยคาดว่าในปี 2563 จะมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 7.5% หากประเทศต่างๆ ยังคงใช้มาตรการ ล็อกดาวน์ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันหากมีการยกเลิกมาตรการดังกล่าวในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จะ ลดลง 4.2%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ค. 63)

Tags: , , , ,
Back to Top