คาเฟ่ อเมซอน นำร่องเปิดโอกาสผู้สูงวัยเป็นบาริสต้า

คาเฟ่ อเมซอน นำร่องเปิดโอกาสผู้สูงวัยเป็นบาริสต้า

“โออาร์” เปิดร้านคาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ สาขาที่ 7 ขยายโอกาสการทำงาน-สร้างความเท่าเทียมให้กลุ่มผู้สูงวัย

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และนายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) ร่วมพิธีเปิดร้าน คาเฟ่ อเมซอน เพื่อการสร้างโอกาส หรือ คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ (Cafe Amazon for Chance) สาขาที่ 7 ณ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดยเป็น คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ สาขาแรกที่ขยายโอกาสไปยังกลุ่มผู้สูงวัยในการเป็นบาริสต้าของร้าน เพื่อช่วยสร้างงานที่มั่นคง ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสร้างความเท่าเทียมในการดำรงชีวิตให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส

นายสุชาติ เปิดเผยว่า สังคมไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ คือ การมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนมากกว่า 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด อันจะส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคตอันใกล้ ซึ่ง โออาร์ เล็งเห็นถึงผลกระทบดังกล่าว จึงนำรูปแบบทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ คาเฟ่ อเมซอน ที่มีจำนวนกว่า 3,150 สาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาปรับใช้กับโครงการ คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์

โดยที่ผ่านมา โออาร์ ร่วมกับบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. จัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะการทำงานให้กับผู้พิการทางการได้ยินและผู้พิการทางการเรียนรู้ให้เป็นบาริสต้าตามมาตรฐานของ คาเฟ่ อเมซอน

สำหรับคาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ สาขานี้ นับเป็นสาขาแรกที่ โออาร์ ดำเนินการเองและได้ขยายโอกาสในการทำงานในการเป็น บาริสต้าให้กับกลุ่มผู้สูงวัย โดยออกแบบอุปกรณ์ภายในร้านให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้สูงวัย เช่น การออกแบบความสูงของชั้นวางวัตถุดิบให้เหมาะสมและปลอดภัยในการทำงาน การใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวกและรักษารสชาติให้คงมาตรฐาน การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น

ปัจจุบันมีร้าน คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 7 สาขา ในกรุงเทพฯ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครปฐม และจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สาขาหอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา สาขาสนามลู่ปั่นจักรยาน เจริญสุขมงคลจิต สุวรรณภูมิ สาขา ปตท. สำนักงานใหญ่ สาขากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาขาคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรณ์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) สาขาสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) และสาขาโรงพยาบาลแหลมฉบัง

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า โออาร์ มีแผนงานการขยายร้าน คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ด้อยโอกาสของไทย โดยปีนี้เตรียมเปิดอีก 4 สาขา เพื่อให้โอกาสกลุ่มผู้ด้อยโอกาสได้เข้ามาทำงานเพิ่ม หลังจากเปิดสาขาที่ 7 สำหรับให้ผู้สูงอายุมาทำงานแล้ว ก็จะเปิดสาขาที่ 8 ที่สัตหีบ สำหรับกลุ่มทหารผ่านศึก ส่วนสาขาที่ 9 จะเปิดที่พื้นที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับผู้พิการทางหู ขณะที่สาขาที่ 10 จะเปิดบริเวณโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับกลุ่มออทิสติก และสาขา 11 เปิดที่สถานีบริการน้ำมันขนาดกลาง คลอง 5 ณ สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนไร้ที่พึ่งได้มีโอกาสทำงานกับร้านคาเฟ่ อเมซอนต่อไป

ปัจจุบันร้านคาเฟ่ อเมซอน มีทั้งหมด 3,150 สาขา แบ่งเป็นในประเทศ 2,900 สาขา และต่างประเทศ 250 สาขา แต่เป็นร้าน Cafe Amazon for Chance เพียง 7 แห่ง ซึ่งรับผู้ด้อยโอกาสได้เข้าทำงานแล้วสาขาละ 4-6 คน แต่ในอนาคตจะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีก เบื้องต้นจะเชิญชวนแฟรนไชส์อเมซอนต่างๆ เปิดรับผู้ด้อยโอกาสเข้าทำงานด้วย

สำหรับธุรกิจกาแฟในเมืองไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นจะพบว่า คนไทยบริโภคกาแฟ 300 แก้วต่อคนต่อปี ขณะที่ญี่ปุ่นบริโภค 400 แก้วต่อคนต่อปี และเมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคพบว่า คนไทยบริโภคกาแฟ 1.4 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนญี่ปุ่นบริโภค 3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 63)

Tags: , , , ,