โตเกียวตกสู่อันดับ 4 ในท็อปเท็นฮับการเงินโลก นิวยอร์กยังครองแชมป์

Z/Yen Group บริษัทที่ปรึกษาเชิงพาณิชย์และบริษัทร่วมทุนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน และสถาบันการพัฒนาจีน (CDI) ในเซินเจิ้นทางใต้ของจีนเปิดเผยรายงานดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก (Global Financial Centers Index – GFCI) ระบุว่า กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นหล่นจากอันดับ 3 มาอยู่ที่อันดับ 4 ในรายชื่อท็อปเท็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก ขณะที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีนไต่ขึ้นมาแทนที่อันดับ 3 รองจากนครนิวยอร์กของสหรัฐอันดับหนึ่ง และกรุงลอนดอนของอังกฤษอันดับสอง

ส่วนฮ่องกงเขยิบขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 5 และสิงคโปร์หล่นไปอยู่ที่อันดับ 6 ในรายชื่อดังกล่าว

ในการปรับปรุงดัชนีครั้งก่อนเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โตเกียวไต่ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 3 จากอันดับ 6 ในเดือนก.ย. 2562 โดยดัชนีดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงปีละ 2 ครั้งทุกเดือนมี.ค.และก.ย.

รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามที่จะเพิ่มความน่าดึงดูดใจของกรุงโตเกียวในฐานะศูนย์กลางการเงินโลก โดยร่วมมือกับธนาคารและบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อดึงดูดสถาบันและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากต่างประเทศ

รายงานล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมานั้น ศูนย์กลางการเงินในเอเชียและแปซิฟิกได้รับการจัดอันดับที่แตกต่างกันไป โดย 10 เมืองมีอันดับลดลง และ 14 เมืองมีอันดับเพิ่มขึ้น

ส่วนปักกิ่งและซานฟรานซิสโกยังคงอยู่ที่อันดับเดิมคือ 7 และ 8 ตามลำดับ ขณะที่เซินเจิ้นและซูริคเพิ่งเข้ามาติดท็อปเท็นที่อันดับ 9 และ 10 ตามลำดับ ขณะที่ลอสแองเจลิส และเจนีวาหลุดจากอันดับท็อปเท็น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี Global Financial Centers Index ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 28 (GFCI 28) เป็นการประเมินขีดความสามารถด้านการแข่งขันในอนาคต และเป็นการจัดอันดับศูนย์กลางการเงินขนาดใหญ่ 111 แห่งทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพมหานครของไทยอยู่ในอันดับที่ 58

ทั้งนี้ 10 อันดับศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลกมีดังนี้

  1. นิวยอร์ก
  2. ลอนดอน
  3. เซี่ยงไฮ้
  4. โตเกียว
  5. ฮ่องกง
  6. สิงคโปร์
  7. ปักกิ่ง
  8. ซานฟรานซิสโก
  9. เซินเจิ้น
  10. ซูริค

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (3 ต.ค. 63)

Tags: , ,
Back to Top