‘พิธา’ นั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลตามคาด

พร้อมเปิดตัวทีมงาน ยันเดินหน้านโยบายตามอดีตพรรคอนาคตใหม่

รายงานข่าวจากพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล

และรองหัวหน้าพรรค 4 คน ประกอบไปด้วย

1.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท
2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
3.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม และ
4.นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล

และการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งคณะโฆษกพรรค 4 คน ประกอบไปด้วย

1.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
2. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
3.นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา
4.ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 

ขณะที่ นายชัยธวัช ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้เสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งรองเลขาธิการพรรค 11 คน ประกอบไปด้วย

1.นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน
2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ
3.นางสาววรรณวลี ตะล่อมสิน
4. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
6.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ
7.นางสาววรรณวิภา ไม้สน
8.นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์
9.นายคำพอง เทพาคำ
10.นายรังสิมันต์ โรม
11.นายธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์
        
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหาร 10 คน ได้แก่

1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
2.นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค
3.นางสาวณธีภัสร์กุลเศรษฐสิทธิ์ เป็นเหรัญญิกพรรค
4.นายณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตรตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5.นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคเหนือ
6.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคใต้
7.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคกลาง
8.นางสาวเบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคตะวันออก
9.นายอภิชาติ ศิริสุนทร กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
10.นายสุเทพ อู่อ้น กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนปีกแรงงาน
       
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแก้ไขนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ให้สอดคล้องกับอุดมการณ์และแนวนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ 12 นโยบายเดิมที่จะมีการสานต่อผ่านพรรคก้าวไกล

การแก้ไขสัญลักษณ์ของพรรค เป็นสัญลักษณ์ลูกศรสองอันซ้อนกัน โดยลูกศรหมายถึง ความพร้อมที่จะพุ่งทยานไปข้างหน้าสู่อนาคต สู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน เพื่ออนาคตของประชาชนชาวไทย และสีส้มที่เป็นแสงแห่งรุ่งอรุณ
       
นายพิธา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่าประเทศไทยยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด เต็มไปด้วยวิกฤติรอบด้านที่แสดงให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถนำพาประเทศไปต่อได้และจะทำให้คนทั้งชาติลงเหว ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตของประชาชนในประเทศไทยถูกกำหนดโดยยอภิสิทธิชน กองทัพ ข้าราชการ และกลุ่มทุนผูกขาด เสียงของประชาชนไม่เคยดังพอที่รัฐบาลจะได้ยินหรือได้ยินก็ทำหูทวนลม

สภาพการบริหารงานของประเทศไทยคือสภาพรัฐบาลล้มเหลว ไม่ว่าจะวิกฤติโควิด-19 วิกฤติฝุ่นพิษ วิกฤติเศรษฐกิจที่ตกต่ำที่สุดในประวัติการณ์ วิกฤติการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ คสช.ที่ใช้ ส.ว. 250 คนเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพและขาดเอกภาพ เกิดองค์กรอิสระที่เลือกปฏิบัติและกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน
       
“วิกฤติเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมเรายังต้องเดินตามนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ นั่นคือการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาสคำสั่ง คสช. เราจะยังเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย

เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเพื่อนกระดับสิทธิและสวัสดิการให้กับแรงงาน เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ในการปลดล็อคธุรกิจน้ำเมากว่าแสนล้านบาทจากนายทุนไม่กี่รายให้ไปตกกับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง และร่างกฎหมายอื่นๆที่จะปลดล็อคสังคมไทยออกจากวิกฤติ และสุดท้ายเราจะยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศมีอำนาจอย่างแท้จริง ให้สถาบันการเมืองจากการเลือกตั้งมีอำนาจเป็นปากเสียงให้กับประชาชน ยกเลิก ส.ว.แต่งตั้ง ยกเลิกยุทธศาสตร์ 20 ปี แก้ที่มาขององค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน”

นายพิธา กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มี.ค. 63)

Tags: , , ,
Back to Top