SVT แจงกองทุนตปท.เข้าซื้อ BigLot 30 ล้านหุ้นมั่นใจศักยภาพ คาดปี 65 โต 25%

นางอาภัสรา ภาณุพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี (SVT) เปิดเผยว่า รายการซื้อขายหุ้นผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (Big Lot) จำนวน 30,154,380 หุ้น หรือคิดเป็น 4.31% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.64 ที่ผ่านมา เป็นการเสนอขายให้กับกองทุนต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันได้ให้ความสนใจและมีความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทฯ

ทั้งนี้ การขายหุ้นบิ๊กล็อตในครั้งนี้ ไม่ได้กระทบต่อโครงสร้างการจัดการและการดำเนินงานของบริษัทฯ สาเหตุที่กองทุนดังกล่าวเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทฯ นั้น เพราะมีความสนใจในหุ้นของ SVT ตั้งแต่ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจวบเหมาะกับได้จังหวะเข้าลงทุนในช่วงเวลานี้ จึงได้ทำการซื้อขายบิ๊กล็อต จำนวนดังกล่าวบนกระดานขึ้น

“ทางกองทุนต่างประเทศได้ติดตามและให้ความสนใจในธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเติบโตของบริษัทฯ ก่อนที่จะเข้าลงทุนตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยให้ความเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถดำเนินธุรกิจและประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการบริโภคที่เริ่มเปลี่ยนไปเพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสภาพการณ์ในปัจจุบัน และมองเห็นถึงช่องทางการเติบโตของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการซื้อขายบิ๊กล็อตในครั้งนี้” นางอาภัสรา กล่าว

นางอาภัสรา กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดำเนินงานธุรกิจในปี 65 นั้น บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 25% จากการเดินหน้าขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่ครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น และการเปิดธุรกิจใหม่ อย่างแฟรนไชส์ ระบบเช่า และโฆษณาในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงการรุกขายตู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

บริษัทมีแผนขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในปี 2565 เพิ่มเป็น 17,000 เครื่อง หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 เครื่อง จากเดิมในปี 64 มีจำนวนเครื่องทั้งหมด 14,600 เครื่อง พร้อมปรับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบบธรรมดาให้เป็นแบบสมาร์ทเพิ่มเป็น 7,500 เครื่อง และจะเริ่มขยายจำนวนเครื่องจำหน่ายสินค้าที่จังหวัดลำพูนเป็นแห่งแรก เพื่อเจาะกลุ่มเป็นหมายที่เป็นภาคอุตสาหกรรม และจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรงงาน ส่วนในภาคใต้คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 66

สำหรับการทำระบบแฟรนไชส์นั้นคาดว่าจะเริ่มต้นแบบให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยในเบื้องต้นมีลูกค้าสนใจในระบบดังกล่าวแล้ว 1-2 ราย โดยเป็นโครงการนำร่อง ก่อนจะมีการขยายอย่างเป็นทางการในปีหน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 64)

Tags: , , ,
Back to Top