ดาวโจนส์ปิดลบ จากแรงขายทำกำไร

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (9 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากตลาดปรับตัวขึ้น 3 วันติดต่อกัน และมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อ และผลกระทบที่จะมีต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,754.69 จุด ลดลง 0.06 จุด หรือ -0.00%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,667.45 จุด ลดลง 33.76 จุด หรือ -0.72%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,517.37 จุด ลดลง 269.62 จุด หรือ -1.71%

บรรดานักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์นี้ (10 ธ.ค.) ซึ่งดัชนีที่อยู่สูงกว่าคาด จะสนับสนุนโอกาสในการคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมเฟดวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ในช่วง 3 วันแรกของสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ บวก 3.4%, ดัชนี S&P500 บวก 3.6% และดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้น 4.7% เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

โจ ควินแลน หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของแบงก์ออฟอเมริกากล่าวว่า นักลงทุนอาจขายหุ้นเพื่อทำกำไร และชะลอการเข้าซื้อหุ้น หลังจากตลาดปรับตัวขึ้น 3 วันติดต่อกัน

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การประชุมในสัปดาห์หน้าจะรวมถึงการหารือเกี่ยวกับการเร่งลดการซื้อพันธบัตรให้เร็วขึ้น

หากข้อมูลเงินเฟ้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ก็จะเป็นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกระตุ้นแรงซื้อหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.25-0.50% ในไตรมาส 3 ของปีหน้า อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่านั้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวผันผวนนับตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. เมื่อมีรายงานการตรวจพบไวรัสโอมิครอน ซึ่งนักวิเคราะห์วิตกว่าไวรัสดังกล่าวจะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลาที่เงินเฟ้อพุ่งขึ้น และความเห็นของเฟดได้เพิ่มความผันผวนให้กับตลาด

อย่างไรก็ตาม ตลาดได้แรงหนุนบางส่วนในสัปดาห์นี้จากข่าวที่ว่า วัคซีนของไฟเซอร์และไบออนเทคสามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลในวันพฤหัสบดี (9 ธ.ค.) บ่งชี้ว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 184,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 2512 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 211,000 ราย

หุ้นซีวีเอส เฮลท์ คอร์ป ผู้ประกอบการร้านขายยา พุ่งขึ้น 4.52% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรทั้งปีนี้

หุ้นเกมสตอป ร่วง 10.06% หลังเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ได้ออกหมายเรียกในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาเพื่อขอเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการสอบสวนกิจกรรมการซื้อขายหุ้นของบริษัท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ธ.ค. 64)

Tags: ,
Back to Top