ปชป. เตรียมยื่นแก้ กม.ลดโทษจำคุกคดีทุจริต คาดยื่นสภาฯ สัปดาห์หน้า

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีการพักโทษลดโทษในคดีทุจริต ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้ยื่นร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ต่อสภาฯ เพื่อให้มีการแก้ไขในประเด็นที่สำคัญ เช่น รูปแบบโครงสร้างของคณะกรรมการราชทัณฑ์ ที่มีความจำเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นคณะกรรมการที่มีความอิสระ โปร่งใส และมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

ขณะที่หลักเกณฑ์การลดวันต้องโทษจำคุก โดยเฉพาะคดีทุจริต จะมีการกำหนดความสำคัญไว้ให้มีกระบวนการที่รัดกุม และให้มีคณะกรรมการพิจารณาลดวันต้องโทษจำคุกคดีทุจริต โดยมีกระบวนสรรหาคณะกรรมการเช่นเดียวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้มีความอิสระที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาขั้นต้น

นายราเมศ กล่าวต่อว่า หากคดีที่มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก 15 ปีขึ้นไป จะต้องส่งไปให้ศาลที่คดีถึงที่สุดเพื่อพิจารณาการลดวันต้องโทษจำคุก โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการรับโทษมาแล้วกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลได้มีคำพิพากษา เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ถึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาลดโทษ เช่นเดียวกับคดียาเสพติดร้ายแรง และคดีอื่นๆ ที่เป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง

“ขณะนี้ ได้มีการยกร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไว้แล้ว รอการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการกฎหมายพรรค เพื่อที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงลายมือชื่อ เพื่อยื่นต่อสภาฯ ต่อไป” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

โดยเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคำสั่งให้คณะกรรมการกฎหมายของพรรค รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่ที่มีข่าวเรื่องการลดวันต้องโทษจำคุกของจำเลยในคดีจำนำข้าว ซึ่งถือได้ว่าเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมาก สูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปหลายแสนล้านบาท และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำคุกบางราย ศาลตัดสินจำคุก 48 ปี ในปี 2560 แต่ขณะนี้ได้มีการลดวันต้องโทษมาหลายครั้ง จนท้ายที่สุดปัจจุบันเหลือวันต้องโทษ 10 ปี เป็นการลดวันต้องโทษที่ประชาชนคนไทยใจหายมากที่สุด เพราะจำเลยแต่ละคนสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล แต่กลับติดคุกจริงเพียงระยะเวลาอันสั้น

“ตุลาการที่ได้พิพากษาตัดสินไปแล้ว ก็เกิดความไม่สบายใจ เพราะเมื่อตัดสินไปแล้ว ไม่มีอำนาจเข้าไปมีส่วนในกระบวนการต่างๆ เลย ข้อเท็จจริงในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายคดี คดีที่ฆ่าผู้อื่นเป็นคดีอุจฉกรรจ์ ตัดสินจำคุก ตลอดชีวิต ท้ายสุดติดคุกจริงไม่กี่ปี ความจริงเหล่านี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายราชทัณฑ์ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ให้มีความโปร่งใส มีคณะกรรมการที่มีความอิสระ และท้ายที่สุด ให้ศาลได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดระยะเวลาปลอดภัยให้สังคม ถือว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด โดยจะมีการยื่นต่อสภาฯ ในสัปดาห์หน้า”

นายราเมศ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ธ.ค. 64)

Tags: , , , , ,
Back to Top