นายกฯ หารือกาตาร์หนุนความร่วมมือด้านพลังงาน-ท่องเที่ยว-การค้าการลงทุน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอะห์มัด อะลี เอ.เจ. อัตตะมีมี (Ahmed Ali A. J. Al-Tamimi) เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ จะส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-กาตาร์ ที่ดำเนินมาอย่างราบรื่น ให้พัฒนาความร่วมมือขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะทางด้านพลังงาน การลงทุน การท่องเที่ยว และดิจิทัล

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยและกาตาร์มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสหารือกับผู้แทนระดับสูงของกาตาร์ครั้งล่าสุด ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เมื่อปี 2562 หวังว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดีขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะได้แลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันอีก

ด้านเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากรัฐบาล และยืนยันจะสานต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนานกว่า 40 ปี ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และพลังงาน รวมทั้งผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยและกาตาร์ที่ยังคั่งค้างให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ ยังกล่าวชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาลในการจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และยินดีร่วมมือกับไทยฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกาตาร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกชาวไทยในกาตาร์เดินทางกลับประเทศไทยช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแสดงความยินดีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกาตาร์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมมาตรการควบคุมโรคของกาตาร์และ ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของกาตาร์

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำที่จะผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและพลังงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ากาตาร์เป็นพันธมิตรด้านการค้า การลงทุน และแหล่งพลังงานที่สำคัญของไทยในตะวันออกกลาง หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากาตาร์จะสนับสนุนภาคเอกชนไทยที่มีความสนใจทำการค้าการลงทุนกับกาตาร์ พร้อมยินดีที่กาตาร์สนใจที่จะเข้ามาลงทุนใน EEC จึงขอให้เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ หารือในรายละเอียดกับกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน ด้านเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ ยินดีที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้การเพิ่มการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมูลมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันด้านการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจทั่วโลก ไทยพยายามที่จะบรรเทาผลกระทบดังกล่าว โดยได้เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ แต่จะต้องดำเนินการตามมาตรการด้านการควบคุมโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักท่องเที่ยวชาวกาตาร์จะเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ ยินดีที่จะผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่ายต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (5 ก.พ. 64)

Tags: , , , , , , , , ,
Back to Top