CONSENSUS: โบรกฯเชียร์ซื้อ SIS เล็งผลงานปีนี้โตเด่น-รับผลบวก Xiaomi หลุดบัญชีดำสหรัฐ

โบรกเกอร์ต่างเชียร์”ซื้อ”หุ้น บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) หรือ SIS เล็งผลกำไรปี 64 เติบโตสูง โดยคาดการณ์ในช่วง 729-774 ล้านบาท หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาและลงทุนอุปกรณ์ด้าน IT มากขึ้น

นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G, การใช้ Data center และ Cloud business เพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนด้าน IT ของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มรายได้จากช่องทาง online และสถานการณ์สินค้าที่ขาดตลาดจะเริ่มกลับมาเป็นปกติในครึ่งปีหลัง (H2/64)

นอกจากนี้ บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Xiaomi ปัจจุบันได้รับความนิยมสูง โดย SIS ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด Xiaomi ในไทยที่ 70% เชื่อว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทในปีนี้ด้วย อีกทั้งล่าสุดยังรับผลบวกจากความเชื่อมั่นใน Xiaomi เพิ่มขึ้น หลังศาลกรุงวอชิงตันมีคำสั่งให้นำรายชื่อ Xiaomi ออกจากบัญชีดำของสหรัฐตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.64 ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ Xiaomi เพิ่มขึ้น โดยจะไม่ได้เผชิญปัญหาในระยะยาวเหมือน Huawei

หุ้น SIS ปิดช่วงเช้าที่ 26.75 บาท ลดลง 1.00 บาท (-3.6%) ขณะที่ดัชนี SET ปิดเช้าลบ 1.72 จุด

โบรกเกอร์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
คันทรี่ กรุ๊ปซื้อ28
เคทีบีเอสทีซื้อ30
ฟิลลิปซื้อ27

นางสาวญานินท์ อภิชาติสกุลวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาและลงทุนอุปกรณ์ด้าน IT มากขึ้น เนื่องจากเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยี ทั้งด้านการประชุม และด้านอื่น ๆ ของบริษัทต่าง ๆ ด้วย ซึ่งทาง SIS ก็มีการรับงานโครงการจากผู้ประกอบการภาคธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นตัวแทนจำหน่ายให้แก่แบรนด์สินค้า Xiaomi ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากกลุ่มคนหลากหลาย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือของ Xiaomi ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อไม่สูงมาก แต่ทางบริษัทได้แจ้งว่าปีที่ผ่านมายอดขายไม่มากเท่าที่ควรเนื่องจากทาง Xiaomi ได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิปที่ไม่สามารถผลิตได้ตามจำนวน แต่ในปีนี้มีการแก้ปัญหานี้แล้ว ส่งผลให้สามารถผลิตสินค้าออกมาได้มากขึ้น และคาดว่าในช่วงปลายปีคำสั่งซื้อมือถือ Xiaomi จะกลับสู่ภาวะปกติ

“SIS มีการรับงานโครงการที่มีความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการมากขึ้น และในส่วนของรายย่อยเองก็มีการจำหน่ายสินค้าครอบคลุมหลายกลุ่ม โดยเฉพาะแบรนด์ Xiaomi ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงขึ้น เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทในปีนี้”

นางสาวญานินท์ กล่าว

ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ SIS ขึ้นเป็น 729 ล้านบาท จากเดิม 633 ล้านบาท เติบโต 22.4% y-y จากการปรับสมมติฐานรายได้จากการขายคาดเติบโต 14.0% y-y แตะ 2.7 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับ GPM คาดว่าจะดีขึ้นจาก 6.8% ในปี 63 เป็น 6.9%

ด้าน บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า SIS รับผลบวกจากความเชื่อมั่นใน Xiaomi เพิ่มขึ้น หลังจากศาลประจำกรุงวอชิงตันมีคำสั่งให้นำรายชื่อ Xiaomi ออกจากบัญชีดำที่ห้ามนักลงทุนสหรัฐลงทุน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.64 ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ Xiaomi เพิ่มขึ้น และจะไม่ได้เผชิญปัญหาในระยะยาวเหมือน Huawei ที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เช่น Chipset (Qualcomm) และ Google mobile service (GMS) ส่งผลบวกต่อ SIS ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด Xiaomi ในไทยที่ 70%

พร้อมคงกำไรสุทธิปี 64 จะขยายตัวต่อเนื่องสูง +30% YoY โดยยังคงประมาณการที่ 774 ล้านบาท (+30% YoY) จากรายได้ที่จะยังคงขยายตัวที่ 62-65 CAGR +13% หนุนโดยการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G, การใช้ Data center และ Cloud business เพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานด้าน IT ของลูกค้า รวมทั้งการเพิ่มรายได้จากช่องทาง online และสถานการณ์สินค้าที่ขาดตลาดจะเริ่มกลับมาเป็นปกติในครึ่งปีหลัง (H2/64)

นอกจากนั้น บริษัทได้เพิ่มความร่วมมือกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ (เช่น Darktrace) เพื่อรองรับและป้องกันปัญหาทางด้าน cybersecurity และอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ให้บริการ ERP สำหรับการให้บริการ Data center และ cloud service ให้กับลูกค้า end user เพื่อลดต้นทุนในการวางระบบ ERP

ส่วน บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดสินค้า IT จากปัญหาอุปทานสินค้าที่ขาดแคลนเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับ อุปสงค์ที่ยังสูงตามแนวโน้มของคนที่ยังทำงานที่บ้านมากขึ้น โดยคาดว่ากำไรของ SIS ในช่วงไตรมาส 1/64 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนจากอุปสงค์สินค้า IT ที่ยังดีต่อเนื่อง ประกอบกับยอดขายสินค้าโหมด enterprise ที่ยังเติบโตตามความต้องการในตลาดที่ยังสูง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 มี.ค. 64)

Tags: , , , , , ,
Back to Top