นายกฯ เผยทำความเข้าใจพรรคภูมิใจไทยปมตัดงบสธ.แล้ว ปัดตอบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยท้วงติงการจัดทำงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขว่า เรื่องนี้ได้ทำความเข้าใจกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้ว รวมทั้งได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วแม้ว่างบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขจะถูกตัด แต่หลายเรื่องมีงบประมาณทดแทนในส่วนอื่นเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนที่รัฐบาลดูแลทุกเรื่อง บางอย่างก็ใช้วงเงินนอกกรอบงบประมาณ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า อยากให้ดูรายละเอียดให้ครบทุกด้าน และงบประมาณเงินกู้ก้อนแรกจำนวน 45,000 ล้านบาทก็ใช้ไปกระทรวงเดียว

ส่วนกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ชวนนายอนุทินกลับบ้านหากนายกรัฐมนตรีไม่รักแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคจะพิจารณาเอง ซึ่งได้มีการพูดคุยกับนายอนุทินแล้ว และนายอนุทินก็เข้าใจซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องบริหารเอง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีคำสั่งยกเลิกมติของกรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ว่า ทุกอย่างต้องผ่านมติของศบค.ก่อน และสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร ยังมีการแพร่ระบาดอยู่มากจึงต้องชะลอคำสั่งเปิดสถานบริการออกไปก่อน เพราะหากยังไม่มีมติจากศบค.ก็ทำไม่ได้

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีความระหองระแหงเกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะการประชุม ครม.วันนี้ มีการหารือเป็นไปด้วยดี ทุกพรรคการเมืองได้ชี้แจงทำความเข้าใจสมาชิกของแต่ละพรรคเพิ่มเติมแล้ว และนายอนุทินเอง ก็เตรียมที่จะลุกขึ้นชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฏร เพื่อย้ำถึงความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

โฆษกรัฐบาล ยังย้ำว่า รัฐบาลไม่มีปัญหา และพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน สร้างความชัดเจนในทุกเรื่อง เช่น การบริการฉีดวัคซีน การจัดหาวัคซีนหลักและทางเลือก ให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด

พร้อมระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาโควิด-19 พร้อมทั้งชี้แจงตัวเลขให้เห็นว่างบประมาณในกระทรวงสาธารณสุขนั้น จะอยู่ที่กว่า 153,900 ล้านบาท แต่จะมีงบประมาณที่ตั้งใว้ในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ทำให้มีงบประมาณรวมแล้วกว่า 293,000 ล้านบาท ดังนั้นหากมองเพียงส่วนเดียว อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

โฆษกรัฐบาล ได้ยกตัวอย่าง กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขใช้งบกลาง 311 ล้านบาท แก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้งบกระทรวง เช่นเดียวกับการทำสถานที่กักตัวให้กับประชาชน ก็มาจากงบประมาณกลาง ตลอดการจัดหาวัคซีนหลาย 10 ล้านโดสในช่วงก่อนหน้านี้ก็เป็นการใช้งบประมาณกลาง ไม่ได้ใช้งบประมาณในส่วนของกระทรวง ขณะที่การตรวจคัดกรองให้กับประชาชน ก็เป็นงบประมาณที่มาจากเงินกู้

นายอนุชา ยังย้ำว่า อย่ามองว่าใช้งบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่อยากให้มองงบประมาณที่จัดสรรอยู่ในทุกๆหน่วยงาน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาโควิด-19

ส่วนการเยียวยาผลกระทบนั้น โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่โดยเฉพาะเงินกู้ 500,000 ล้านบาท ที่จะเข้าการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรนั้น รัฐบาลหวังว่า จะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกซึ่งพ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็มีแผนงานที่ชัดเจน ในการแก้ปัญหาโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องของการจัดหาเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ การดูแลผู้ป่วย การจัดหาวัคซีน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มิ.ย. 64)

Tags: , , , , , , , ,