กรมรางฯ เปิดแผนที่รถไฟฟ้าในกรุงเทพ-ปริมณฑลล่าสุด พร้อมชวนโหลดแอป Bkk Rail

กรมการขนส่งทางราง เปิดแผนที่รถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล เวอร์ชั่นล่าสุด หลังจากมีกระแสการจัดทำแผนที่รถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑลที่เปิดให้บริการแล้วในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น/อังกฤษ ซึ่งเป็นที่สนใจอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์

กรมการขนส่งทางรางขอชี้แจงว่า ที่จริงแล้วแผนที่รถไฟฟ้าดังกล่าว มีเวอร์ชั่นภาษาไทยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยกรมการขนส่งทางรางร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทำภาพแผนที่ทั้งในส่วนที่เป็นแผนที่รถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน (11 เส้นทาง ระยะทางรวม 211.94 กม 141 สถานี) ซึ่งมีการแบ่งสีเส้นทาง ระบุชื่อสถานีอย่างชัดเจนและครบถ้วนตามที่ใช้บริการในปัจจุบัน

รายละเอียดดังนี้

1.หมอชิต – สมุทรปราการ (สีเขียวอ่อน) (37.10 กม.)

2.หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต (สีเขียวอ่อน) (18.70 กม.)

3.สนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า (สีเขียวเข้ม) (14 กม.)

4.บางซื่อ – หัวลำโพง (สีน้ำเงิน) (20 กม.)

5.บางซื่อ – ท่าพระ (สีน้ำเงิน) (13 กม.)

6.หัวลำโพง – บางแค (สีน้ำเงิน) (14 กม.)

7.บางใหญ่ – เตาปูน (สีม่วง) (23 กม.)

8.บางซื่อ – รังสิต (สีแดงเข้ม) (26.30 กม.)

9.บางซื่อ – ตลิ่งชัน (สีแดงอ่อน) (15.26 กม.)

10.กรุงธนบุรี – คลองสาน (สีทอง) (1.88 กม.) และ

11.ARL พญาไท – สุวรรณภูมิ (สายท่าอากาศยาน) (28.70 กม.)

รวมทั้งมีแผนที่รถไฟฟ้าฉบับสมบูรณ์ครบทุกเส้นทาง (14 เส้นทาง ระยะทางรวม 553.41 กม 367 สถานี)

ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น “Bkk Rail” ซึ่งเป็นแอปฯ สำหรับการสืบค้นข้อมูลเส้นทางสถานีรถไฟฟ้า มีการแสดงแผนที่รถไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว และยังไม่เปิดให้บริการ แสดงความคืบหน้าแผนงานรถไฟฟ้า แสดงข้อมูลสถานี ตารางเวลา สิ่งอำนวยความสะดวกในสถานี โดยหากต้องการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าแอพพลิเคชั่นสามารถคำนวนการค้นหาเส้นทาง

โดยจะคำนวณมาให้ด้วยเงื่อนไข 3 แบบ คือ ราคาถูกที่สุด ระยะทางเร็วที่สุด และ จำนวนสถานีที่น้อยที่สุด ซึ่งมีการรองรับรูปแบบการใช้ 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และสามารถแสดงความคิดเห็นส่งมาถึงผู้พัฒนาได้ด้วย ในการนี้ กรมการขนส่งทางรางขอเชิญชวนประชาชนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “Bkk Rail” ผ่าน App stores หรือ Play store เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 65)

Tags: , , ,
Back to Top