NRF แจง H1/65 โตกระโดดหลังสตาร์ทอัพในเครือพลิกกำไร-รับรู้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่ม

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF) เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 65 มีรายได้จากการขายรวม 1,149 ล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการขายรวม 919.9 ล้านบาท โดยมาจากผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงอาหาร specialty ซึ่งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ยกเว้นทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (recipe mix) ภายใต้แบรนด์ของ NRF และ City Food และรับรู้รายได้จากกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (บริษัท Botany Petcare จำกัด) ประกอบกับรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจ E-commerce ที่เติบโตได้ดี ชดเชยกับรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจอาหารจากพืชที่ลดลง

ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 68.4 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 62.7 ล้านบาท เติบโต 164.1% และ 87.2% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25.9 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 33.5 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 202.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดภายหลังจากบริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าลงทุนพลิกมีกำไร ตอกย้ำแผนการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของ NRF

ในไตรมาส 2/65 บริษัทมีรายได้จากการขาย 546 ล้านบาท เติบโต 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 448.1 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ E-commerce กว่า 116.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ การรับรู้รายได้จากบริษัท BOOSTED NRF Corp. ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon.com ภายใต้ตราสินค้า Prime Labs, SOL Trading, WellPath และบริษัท Indeem Group ซึ่งเป็นธุรกิจการขายตรง (Multi-level marketing) ในประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับโครงสร้างรายได้จากการขายไตรมาส 2/65 แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น (Specialty) คิดเป็น 63% ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช คิดเป็น 11% และ ธุรกิจ E-commerce คิดเป็น 26%

ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ทำได้ 39.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 37.1 ล้านบาท เติบโต 269.5% และ 191.1% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 12.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการรับหุ้น AUSA.CN ที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Australis Capital Inc. ได้ชำระค่าหุ้น GTH ที่ค้างชำระแก่บริษัทฯ และรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนลดลงจากบริษัท Plant And Bean Ltd. เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์สเตอริงแข็งค่า ส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ ยังคงส่งผลกระทบต่อความสามารถของบริษัทฯ ในการส่งออกสินค้าตามกำหนดเวลา ส่งผลให้การรับรู้รายได้บางส่วนถูกเลื่อนออกไป แม้ว่าค่าระวางเรือขนส่งสินค้าปรับลดลงแล้ว แต่ราคายังคงสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19

อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ด้านโลจิสติกจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในไตรมาสที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและพลังงานเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าและบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกค่อนข้างมาก จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท”นายแดน กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 65 ได้รุกเข้าสู่กลุ่ม Food & Nutritional Supplement เพื่อรองรับความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยแผนการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับบมจ. วินเนอร์ยี่ เมดิคอล (WINMED) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องและชุดอุปกรณ์สำหรับการเก็บการตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัย และการบำบัดรักษาทางการแพทย์ เพื่อนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ออกจำหน่ายผ่านช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ของ WINMED

การร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการผนวกจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้ากลุ่ม Supplement ที่ขายดีระดับ Amazon Best Seller อาทิ แบรนด์ WellPath, แบรนด์ Prime Labs ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งเพศหญิง เพศชาย รวมทั้งกลุ่มแม่และเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ใส่ใจและมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนเพื่อผู้บริโภคและโลกใบนี้

พร้อมกันนี้ ในช่วงที่ผ่านมา NRF เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัว “alt. Eatery” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-based) เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์โลกอนาคตแห่งแรกในกรุงเทพฯ โดยดำเนินการผ่าน Nutra Regenerative Protein Co. Ltd หรือ NRPT ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบจ. อินโนบิก (เอเซีย) และบจ. โนฟ ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ NRF โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำเสนออาหาร Plant-based นานาชนิดที่คัดสรรจากผู้ประกอบการไทย และจะมีการจัดกิจกรรม Workshop สอดแทรกความรู้นวัตกรรมอาหารและการดูแลสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Roof พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับโลกแห่งอนาคต อาทิ จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เสริมแกร่งธุรกิจ Ethnic and Specialty Food โดยได้เปิดตัวโรงงานผลิตอาหารสัตว์ Botany Petcare เพื่อผลิตอาหารและอาหารทานเล่นสัตว์เลี้ยง เบื้องต้นมีกำลังการผลิต 400 ตันต่อเดือน และมีแผนจะขยายกำลังการผลิตในช่วงไตรมาส 4/65 อีก 1,000 ตันต่อเดือน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจที่จะขยายตลาดให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระบวนการก่อสร้างและกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเสริมแผนการดำเนินงานให้ครอบคลุมการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำและเป็นผู้ผลิตอาหาร Specialty ที่ยั่งยืนในอนาคต

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ส.ค. 65)

Tags: , , ,
Back to Top