“เมสซี” อพยพขึ้นเฮลิคอปเตอร์ หลังชาวอาร์เจนตินาหลายล้านขวางขบวนพาเหรด

ภาพ: รอยเตอร์

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาร์เจนตินาได้พาตัว ลิโอเนล เมสซี และบรรดานักเตะของทีมชาติอาร์เจนตินาขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นเหนือน่านฟ้าของเมืองบัวโนสไอเรส หลังจากประชาชนหลายล้านคนได้ออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะของทีมชาติอาร์เจนตินาในศึกฟุตบอลโลก 2022 โดยคลื่นมหาชนจำนวนมหาศาลที่แออัดบนท้องถนนในเมืองหลวงแห่งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดริ้วขบวนพาเหรด และทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพกองทัพนักเตะทีมฟ้าขาวขึ้นเฮลิคอปเตอร์แทนการขึ้นรถบัสเปิดประทุน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชาวอาร์เจนตินาจำนวนมากได้พากันออกมาเฉลิมฉลองกันบนท้องถนนตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ (18 ธ.ค.) หลังจากทราบผลว่าทีมชาติอาร์เจนตินาเฉือนเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยการดวลจุดโทษชนะฝรั่งเศส 4-2 ประตู ส่งผลให้อาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3

รายงานระบุว่า หลังจากประชาชนจำนวนมากได้ให้การต้อนรับทีมชาติอาร์เจนตินาที่เดินทางมาถึงสนามบินในเวลา 03.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร (20 ธ.ค.) แต่แผนการนำทัพนักกีฬาเดินทางทั่วเมืองบัวโนสไอเรสต้องสะดุดลง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนอย่างน้อย 4 ล้านคนบนท้องถนน

ภาพจากวิดีโอที่แชร์บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า มีแฟนบอลคนหนึ่งกระโดดจากสะพานลงมายังรถบัสที่มีเมสซีนั่งอยู่ รวมทั้งมีบางคนกระโดดลงมาและพลาดตกจากรถ ขณะที่หลายคนกระโดดลงมาแต่ตกลงใส่ฝูงชนข้างล่าง

เอนโซ เฟอร์นานเดซ ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางของทีมฟ้าขาวได้โพสต์รูปภาพตนเองพร้อมสวมอุปกรณ์การบิน ขณะที่โฆษกประธานาธิบดีอาร์เจนตินายืนยันว่า นักกีฬาทีมชาติอาร์เจนตินาถูกพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินเหนือฝูงชน หลังจากถนนได้ถูกปิดกั้นเนื่องจากคลื่นมหาชนได้ออกมาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

รัฐบาลอาร์เจนตินาประกาศให้วันอังคารที่ 20 ธ.ค. เป็นวันหยุดพิเศษ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมฉลองชัยให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2022 โดยชัยชนะในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการพาทีมชาติอาร์เจนตินากลับมาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ในรอบ 36 ปีแล้ว ลิโอเนล เมสซี ผู้เล่นกองหน้าของทีมชาติอาร์เจนตินายังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ของการเป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม หรือ Golden Ball ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ถึง 2 สมัยในปี 2014 และ 2022

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ธ.ค. 65)

Tags: , , , , , ,
Back to Top