เงินบาทปิด 35.57 อ่อนค่ารอบ 7 เดือน การเมืองในปท.-เงินไหลออกกดดัน

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 35.57 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 35.35 บาท/ดอลลาร์ โดยบาททำนิวไฮในรอบ 7 เดือน และอ่อนค่าสุดในภูมิภาครองจากเงินวอน ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 35.27 – 35.58 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากเงินทุนต่างประเทศไหลออกและสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนจนส่งผลให้ตลาดกังวลและขาดความเชื่อมั่น

“วันนี้บาทอ่อนค่าเกือบมากสุดในภูมิภาครองจากเงินวอน และทำนิวไฮในรอบ 7 เดือน หลังได้รับปัจจัยกดดันจากมีเงินทุนต่างประเทศไหลออกจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร โดยตลาดพันธบัตรไหลออกราวราว 2 พันล้านบาท”

นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 35.45 – 35.65 บาท/ดอลลาร์

โดยคืนนี้ต้องติดตามงาน ECB Forum ที่มีผู้ว่าจากธนาคารกลางหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แต่คาดว่าถ้อยแถลงของประธานเฟดจะเป็นไปในทิศทางเดิมที่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 143.97 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 143.80 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0951 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อเช้าที่ระดับ 1.0947 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,466.93 จุด ลดลง 11.17 จุด, -0.76% มูลค่าการซื้อขาย 48,884.27 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 519.80 ล้านบาท (SET+MAI)
  • ธนาคารโลกเปิดรายงานตามติดเศรษฐกิจไทยประจำเดือน มิ.ย.66 โดยปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 66 เพิ่มเป็น 3.9% จาก 3.6% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือน เม.ย.66 โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยว รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งเกินคาดจากจีน ขณะที่การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มหดตัวจากอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศเศรษฐกิจหลัก
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงมุมมองการส่งออกของไทยในปี 2566 ว่าจะหดตัวที่ระดับ 1.2% โดยประเมินภาพการชะลอตัวและความไม่แน่นอนที่มีมากขึ้นของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์โลกที่ชะลอลงยังคงกดดันภาพรวมการส่งออกไทยในระยะข้างหน้า ขณะที่อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอาจมีไม่มากเท่าที่ควร
  • โพล ส.อ.ท.เผยภาวะการส่งออกหดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน ฉุดภาพรวมการผลิตเพื่อส่งออก โดยเสนอให้ภาครัฐเร่งช่วยกระตุ้นการส่งออก และบรรเทาผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัว โดยเฉพาะการออกมาตรการดูแลต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 12-14 ล้านคน คาดทั้งปีจะเป็นไปตามเป้า 25 ล้านคนแน่นอน และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ตัวเลขขยับขึ้นไปแตะ 28-30 ล้านคน
  • พรรคก้าวไกล แจ้งเลื่อนนัดการหารือกันระหว่างแกนนำพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ในวันนี้ (28 มิ.ย.) เพื่อหาข้อสรุปประธานสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อน โดยไม่มีกำหนด หลังพรรคเพื่อไทย ยืนกรานตำแหน่งประธานสภาฯ ควรเป็นของพรรคเพื่อไทย
  • ผู้นำจีน ให้คำมั่นว่าจีนจะให้ความสำคัญกับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งท่าทีดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการจะลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการกำหนดนโยบายที่ไม่อาจคาดเดาได้
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้ยังไม่มีแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยภายใน 2 ปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยูโรโซนยังไม่กลับคืนสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน แม้จะมีความคืบหน้าในปีนี้
  • GfK เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมนีมีแนวโน้มที่จะลดลงในเดือน ก.ค.สู่ระดับ -25.4 จากระดับ -24.4 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ -23.0 และเป็นครั้งแรกลดลงหลังปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 8 เดือน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มิ.ย. 66)

Tags: ,
Back to Top