หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าอ่อนตัวลง การเมืองยังไม่แน่นอน-ตัวเลขแรงงานสหรัฐดีกว่าคาด

นักวิเคราะห์คาดตลาดเช้านี้ตลาดปรับตัวอ่อนลง จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยรอดูท่าทีพรรคก้าวไกลวันนี้ รวมทั้งเมื่อคืนนี้มีการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐดีกว่าที่ตลาด ให้กรอบแนวต้าน 1,525-1,530 จุด และแนวรับ 1,515 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวอ่อนลง จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยวันนี้พรรคก้าวไกลจะร่วมหารือกับพรรคเพื่อไทย และแถลงข่าวความคืบหน้าการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้เมื่อคืนมีการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐออกมาที่ 228,000 ราย ถือเป็นตัวเลขที่ดีกว่าตลาดคาดสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เข้มงวดเรื่องดอกเบี้ยมากขึ้น รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

พร้อมทั้งให้กรอบแนวต้าน 1,525-1,530 จุด และแนวรับ 1,515 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (20 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,225.18 จุด เพิ่มขึ้น 163.97 จุด หรือ +0.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,534.87 จุด ลดลง 30.85 จุด หรือ -0.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,063.31 จุด ร่วงลง 294.71 จุด หรือ -2.05%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 18,918.70 จุด ลดลง 9.32 จุด หรือ -0.05% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,163.42 จุด ลดลง 6.10 จุด หรือ -0.19% และดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 32,336.86 จุด ลดลง 153.66 จุด หรือ -0.47%
  • ตลาดหุ้นไทยปิด(20 ก.ค.66) 1,521.18 จุด ลดลง 15.46 จุด (-1.01%) มูลค่าการซื้อขาย 45,332.13 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,802.93 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 ก.ค.66
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.(20 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 75.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 ก.ค.) อยู่ที่ 7.07 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.25 อ่อนค่าตามภูมิภาค หลังดอลลาร์แข็งค่ารับตัวเลขศก.สหรัฐดีเกินคาด
  • นักธุรกิจเกาะติดโหวตเลือกนายกฯ หลังเลือกตั้ง 2 เดือนยังไม่เห็นหน้าตารัฐบาล “หอการค้า” หนุนเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ส.อ.ท.ห่วงชุมนุมทุบท่องเที่ยว โดยเฉพาะในจังหวัดฐานเสียงก้าวไกลทั้งชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ กลุ่มอิเล็กฯ ทำแผนรับมือสถานการณ์เสี่ยง หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ทำธุรกิจแบบระมัดระวัง ระบุตอบคำถามนักธุรกิจต่างชาติไม่ได้ถึงเหตุผลการตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อ
  • “เด็กก้าวไกล” ยันสถานะ “พิธา” ครบถ้วนสมบูรณ์ เล็งเสนอชื่อโหวตนายกฯ อีกรอบ แย้มมีช่องทางตามข้อบังคับข้อ 41 “เพื่อไทย” รอ “ก้าวไกล” นัดคุย 8 พรรค “เศรษฐา” ย้ำเป็นแกนนำ รบ.ไม่แตะ ม.112 แน่ “ก้าวไกล” พร้อมส่งไม้ต่อ “เพื่อไทย” ตั้งรัฐบาล “ก๊วนอีสาน” ก่อหวอดสลัดทิ้ง “ก้าวไกล” เชื่อกระเตงไปไม่รอด
  • FETTA เผยเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวแบบแรงๆ และเร่งด่วน เช่น มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีน เบื้องต้นเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการที่เคยทำมาแล้วหลังเกิดเหตุการณ์เรือล่มจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2561 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นหวังครั้งนี้จะช่วยจุดกระแสชาวจีนให้เดินทางเข้าไทยมากยิ่งขึ้น โดยค่าธรรมเนียมที่ทำวีซ่าที่สถานทูต 200 หยวน ในตอนนี้มีความยุ่งยากในการดำเนินการทำให้บริษัททัวร์เก็บเงินเพิ่มอีกรวมเป็น 400-500 หยวน ส่วนการยื่นขอวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองราคา 500 หยวน จึงอยากให้ยกเว้นไปก่อนเพื่อดึงกรุ๊ปทัวร์จีนเที่ยวไทยในปีนี้

* หุ้นเด่นวันนี้

  • BBL (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 197 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ที่ 1.13 หมื่นลบ. +11% q-q และ +62% y-y สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 11-13% จากการเติบโตดอกเบี้ยที่โตดีกว่าคาดทั้งสินเชื่อที่โตและ NIM ที่ขยายตัว ช่วยหักกลบค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะที่ NPLs ratio ปรับตัวลง แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/66 คาดแข็งแกร่งต่อเนื่องโดยเฉพาะ NIM จะเพิ่มขึ้นมากจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ลงในช่วงปลายไตรมาส 2/66 ส่วนไตรมาส 4/66 อาจกลับไปอ่อนตัวอีกครั้ง จากการเร่งตัวของค่าใช้จ่ายดำเนินงานเมื่อเข้าช่วงฤดูกาล คงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 3.8 หมื่นลบ. +29% y-y
  • AP (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 14.40 บาท ภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มอสังหาฯในปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก Demand ฝั่งชาวต่างชาติ รวมไปถึงมาตรการผ่อนคลายบางส่วนต่อเนื่องจากปี 65 ด้าน AP เองสำหรับปี 66 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 58 โครงการราว 77,000 ลบ. (บ้านเดี่ยว 22 โครงการ 34,800 ลบ./ ทาวน์โฮม 27 โครงการ 26,400 ลบ./ คอนโดมิเนียม 4 โครงการ 11,800 ลบ./ โครงการต่างจังหวัด 5 โครงการ 4,000 ลบ.) ตั้งเป้ายอดขาย 58,000 ล้านบาท(H1/66 ทำได้ราว 39,501 ลบ.) เป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 57,500 ล้านบาททั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ ปี66 และ ปี67 จะขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 6,195 ลบ. (+5.4%YoY) และ 6,494 ลบ.(+4.8%YoY) ตามลำดับ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ค. 66)

Tags: , ,
Back to Top