SAFE ปลื้มหุ้น IPO จองล้น พร้อมลั่นระฆังเทรดวันแรก 2 พ.ย.

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขอนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นี้ โดยใช้ชื่อย่อ “SAFE” ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หลังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนรวมทั้งสิ้น 76,748,600 หุ้น ในราคาเสนอขาย 21 บาทต่อหุ้น

ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุนทั้งนักลงทุนสถาบันที่มุ่งลงทุนในระยะยาวและนักลงทุนรายย่อย ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ที่มุ่งเป็นผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและ เวลเนสในระดับเอเชีย และการเติบโตของตลาดรักษาผู้มีบุตรยากจากทั่วโลก โดยราคาหุ้นดังกล่าวเป็นราคาที่มีความเหมาะสมหลังได้มีการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้นจากนักลงทุนสถาบัน

ทั้งนี้ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อรองรับแผนการขยายการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากและห้องปฏิบัติการด้านพันธุศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าตลาดการบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตที่ดีในช่วงระยะ 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยและต่างประเทศเป็นไปอย่างชัดเจน ประกอบกับการที่ภาครัฐของประเทศไทยและในหลาย ๆ ประเทศอาจมีนโยบายส่งเสริมการมีบุตรเนื่องจากจำนวนบุตรเกิดใหม่โดยรวมมีจำนวนลดลง โดยคาดการณ์ว่าตลาดรักษาผู้มีบุตรยาก ในปี 2570 จะมีมูลค่า 90 พันล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2575 มีมูลค่า 119 พันล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับประเทศไทย ในปี 2570 คาดว่าจะมีมูลค่า 60,000 ล้านบาท

ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ ได้ย้ายสาขารามอินทราไปยังพื้นที่ในโครงการสนามไดร์ฟกอล์ฟ กอล์ฟ ชาแนล เซ็นเตอร์ ถนนรามอินทรา บนพื้นที่ 650 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้มาใช้บริการ รวมถึงให้บริการแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้น เช่น มีห้องปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ของกลุ่มที่ทันสมัยและกว้างขวาง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาโอกาสร่วมลงทุนกับห้องปฏิบัติการในพื้นที่โรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐบาล แผนร่วมเป็นพันธมิตรในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับโรงพยาบาลเอกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

” นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จที่สำคัญของ SAFE ในการก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนชั้นนำของประเทศไทย เพื่อเติมเต็มความฝันของผู้มีบุตรยากให้มีโอกาสได้มีบุตรตามความประสงค์ พร้อมร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของผู้มีบุตรยากจากทั่วโลก (Fertility Tourism) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE กล่าว

นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า SAFE มีพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตที่ดีจากการเป็นผู้ให้บริการคลินิกการแพทย์เฉพาะทางเพื่อการมีบุตรที่ให้บริการครบวงจร และผู้นำทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการด้านพันธุศาสตร์ในประเทศไทย มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ทั้งรูปแบบทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันที่จะผลักดันให้กลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน

รูปแบบการให้บริการแบบ Integrated Full Service คลินิกการแพทย์เฉพาะทางเพื่อการมีบุตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านการเจริญพันธ์ในระดับสากล รวมทั้งการมีสาขาตามสถานที่สำคัญๆ ถึง 5 สาขา มีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับโรงพยาบาล คลินิกสูตินรีเวช ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร ฯลฯ และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในการรักษาผู้มีบุตรยากจากชาวต่างชาติ อาทิ จีน อินเดีย เมียนมา เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เป็นต้น จึงมั่นใจได้ว่า SAFE จะเป็นหนึ่งในหุ้นคุณภาพที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างแน่นอน

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ภาพรวมความต้องการรักษาภาวะมีบุตรยากทั่วโลกมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 13.8 ต่อปี และการที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับผู้มีบุตรยากจากทั่วโลก ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินธุรกิจของ SAFE

จึงทำให้ในช่วงการเสนอขายหุ้น IPO ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างดีจากนักลงทุน และมีนักลงทุนจองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ โดย SAFE มีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้นใช้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการขยายสาขา และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจซึ่งสอดรับกับภาวะอุตสาหกรรมการให้บริการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากที่กำลังเติบโต

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ต.ค. 66)

Tags: , , , , ,
Back to Top