ปูพรมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่ผู้ให้บริการสาธารณะ หนุนท่องเที่ยวปลอดภัย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมพร้อมจัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มเติมอีก 2 แสนโดส สำหรับผู้ให้บริการสาธารณะแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว แม้สถานการณ์โรคจะมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยจะนำร่องในพื้นที่ 31 จังหวัดท่องเที่ยวปลอดโรคและภัยสุขภาพ ครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสาธารณะแก่นักท่องเที่ยว ได้แก่ ผู้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ พนักงานขับรถประจำทาง, ผู้ให้บริการสถานที่พัก เช่น พนักงานโรงแรม โฮมสเตย์ อพาร์ทเม้นท์, ผู้ประกอบการสถานบริการ เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้านอาหาร นวดสปา หรือสถานที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

“ส่วนใหญ่พบการระบาดในพื้นที่ที่เป็นเมืองใหญ่ และมีประชากรหนาแน่น เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว และส่งเสริมให้การท่องเที่ยวปลอดภัย กระทรวงฯ จึงได้จัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดเพิ่มเติมจำนวน 200,000 โดส ให้กับผู้ให้บริการสาธารณะแก่นักท่องเที่ยว” นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

ขณะที่สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย มีแนวโน้มพบผู้ป่วยลดลงจากในปี 2566 ที่มีรายงานผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วย 472,222 ราย และเสียชีวิต 29 ราย ในจังหวัดนครราชสีมา 8 ราย, สุราษฎร์ธานี 3 ราย, สงขลา กรุงเทพมหานคร เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ สุรินทร์ และตาก จังหวัดละ 2 ราย, พิษณุโลก ชัยภูมิ ราชบุรี นครศรีธรรมราช ปทุมธานี และลำพูน จังหวัดละ 1 ราย

ส่วนใหญ่มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ระยอง รองลงมา คือ พะเยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ตามลำดับ ส่วนกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมา เป็นกลุ่มอายุ 0-4 และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงแนวทางการป้องกันควบคุมโรคว่า แนะนำให้ผู้ให้บริการสาธารณะแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไปปฏิบัติตน ดังนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือในกรณีที่มือไม่เปรอะเปื้อน

2.ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

3.ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด

4.กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ นม ไข่ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5.ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่ดี เป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น หากสงสัยป่วย แนะนำให้สวมหน้ากากทุกครั้ง เมื่อใกล้ชิดกลุ่ม 608 และเด็กเล็ก รวมทั้งเน้นกลุ่มเสี่ยง 608 สวมหน้ากากในที่สาธารณะ ผู้มีโรคเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ควรรีบเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน

6.เช็ดทำความสะอาดพื้นผิว และสิ่งของที่มีคนสัมผัสร่วมกันบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานประกอบการ เป็นต้น

7.สถานประกอบการต่างๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ควรจัดเตรียมที่สำหรับล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้ให้นักท่องเที่ยว และหมั่นทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่มีการสัมผัสร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 67)

Tags: , , , ,
Back to Top