
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (29 ส.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารสดแต่รวมราคาพลังงานในกรุงโตเกียว ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 2.9%
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำหนดไว้ที่ระดับ 2% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่วนดัชนี Core-core CPI ซึ่งไม่รวมทั้งราคาพลังงานและอาหารสด เพิ่มขึ้น 3% ในเดือนก.ค. ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.1% ในเดือนมิ.ย. และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ดัชนี CPI เดือนส.ค.ของกรุงโตเกียวชะลอตัวลงจากปัจจัยชั่วคราว และเมื่อพิจารณาจากการที่ดัชนียังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ BOJ แล้ว ข้อมูลดังกล่าวไม่มีแนวโน้มที่จะทำให้แนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ เปลี่ยนแปลงไป
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสคาดการณ์ในตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ในปีนี้ได้เพิ่มสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการแสดงความเห็นของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจและราคา
เบสเซนต์ได้แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า BOJ จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 19 ก.ย.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)