สหรัฐฯ ส่ง 7 เรือรบ 1 เรือดำน้ำนิวเคลียร์ ประชิดเวเนฯ อ้างปราบแก๊งค้ายาในลาตินอเมริกา

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างหนัก หลังกองทัพเรือสหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าประชิดทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยฝ่ายสหรัฐฯ อ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาคลาตินอเมริกา

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งไม่ประสงค์จะออกนาม เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) ว่า กองเรือที่ถูกส่งมาในครั้งนี้ประกอบด้วยเรือรบ 7 ลำ และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์อีก 1 ลำ ซึ่งถือเป็นการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีและมีขนาดใหญ่กว่าภารกิจปกติในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเรือรบบางส่วนได้เดินทางมาถึงแล้ว และที่เหลือจะทยอยเดินทางมาถึงภายในสัปดาห์หน้า

กองเรือดังกล่าวรวมถึงเรือ USS San Antonio, USS Iwo Jima และ USS Fort Lauderdale ซึ่งบรรทุกกำลังพลรวมกว่า 4,500 นาย ในจำนวนนี้เป็นนาวิกโยธิน 2,200 นาย นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังได้ส่งเครื่องบินสอดแนม P-8 ขึ้นบินรวบรวมข่าวกรองในน่านน้ำสากลบริเวณดังกล่าวด้วย

แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “หลายประเทศในแถบแคริบเบียนและในภูมิภาคต่างแสดงความชื่นชมต่อปฏิบัติการและความพยายามในการต่อต้านยาเสพติดของรัฐบาลสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศขึ้นบัญชีแก๊งซินาโลอา (Sinaloa Cartel) ของเม็กซิโก และกลุ่มอาชญากรเตรนเดอารากัว (Tren de Aragua) ของเวเนซุเอลา เป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลกไปเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

การเสริมกำลังทางเรือของสหรัฐฯ ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเวเนซุเอลายื่นเรื่องร้องเรียนต่ออันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังละเมิดกฎบัตร UN

ซามูเอล มอนคาดา เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำ UN กล่าวต่อผู้สื่อข่าวหลังเข้าพบกูเตอร์เรสว่า “นี่เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า ‘kinetic action’ หมายถึงการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงประเทศที่มีอธิปไตยและเป็นเอกราช ซึ่งไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อผู้ใดทั้งสิ้น”

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ได้ออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐฯ ว่า “การทูตของเราไม่ใช่การทูตด้วยปากกระบอกปืนหรือการข่มขู่ เพราะโลกในวันนี้ไม่อาจเหมือนโลกเมื่อ 100 ปีก่อน”

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศส่งทหาร 15,000 นาย ไปยังแนวชายแดนด้านตะวันตกที่ติดกับโคลอมเบียเพื่อปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติด นอกจากนี้ ปธน.มาดูโรยังเรียกร้องให้จัดตั้งกลุ่มป้องกันพลเรือนเพื่อฝึกซ้อมในทุก ๆ วันศุกร์และวันเสาร์อีกด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)