
ราคาส่งออกข้าวเวียดนามพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับราคาข้าวของไทยที่ลดลงเพราะมีสต็อกส่วนเกิน ส่วนราคาข้าวของอินเดียยังคงทรงตัว โดยความต้องการข้าวในหลายภูมิภาคยังทรงตัว
สมาคมอาหารเวียดนามรายงานว่า ราคาข้าวหัก 5% ของเวียดนามเมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) อยู่ที่ 455-460 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. โดยผู้ค้าข้าวในนครโฮจิมินห์ชี้ว่า อุปทานข้าวมีจำกัด แต่ความต้องการยังคงทรงตัว ก่อนที่ฟิลิปปินส์จะเริ่มระงับการนำเข้าข้าวเป็นระยะเวลา 60 วัน
ด้านสมาคมอาหารเวียดนามระบุย้ำในสัปดาห์นี้ว่า การตัดสินใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่จะระงับการนำเข้าข้าวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นอำนาจของรัฐบาลฟิลิปปินส์โดยสมบูรณ์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ส่งออกดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความยั่งยืนในการส่งออก
สำหรับอินเดียนั้น ราคาข้าวนึ่งหัก 5% อยู่ที่ 371-376 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และข้าวขาวหัก 5% อยู่ที่ 363-369 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน โดยราคาข้าวทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน และผู้ค้าข้าวในมุมไบให้ข้อมูลว่า ผู้ซื้อในต่างประเทศเริ่มกลับมาทยอยซื้อ เพราะเห็นว่าราคาน่าจะลงมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว
ขณะที่ราคาข้าวหัก 5% ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 355 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากระดับ 365-370 ดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ก่อน อันเนื่องมาจากอุปทานส่วนเกิน ขณะที่ผู้ค้าข้าวในกรุงเทพฯ ระบุว่า อินเดียกำลังจะระบายข้าวออกสู่ตลาดอีก 20 ล้านตัน ทำให้ผู้ซื้อรออุปทานลอตใหม่ อีกทั้งยังเตือนว่า ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงอีก เพราะแต่ละประเทศต่างมีอุปทานเพียงพอ แต่ความต้องการไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกค้าซื้อเพียงเท่าที่จำเป็น
กระทรวงพาณิชย์ของไทยตั้งเป้าส่งออกข้าว 7.5 ล้านตันในปีนี้ และกำลังหาตลาดใหม่ที่มีความต้องการสูงเพื่อรองรับ
สำหรับบังกลาเทศ แม้ปัจจุบันมีธัญพืชสำรองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะข้าวสารและข้าวเปลือก แต่ราคาข้าวภายในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงอาหารเปิดเผยว่า มีข้าวเกือบ 2.25 ล้านตันถูกเก็บไว้ในโกดังของรัฐบาลทั่วประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)