ทิสโก้ ชี้ตลาดหุ้นไทยนิ่ง “อุ๊งอิ๊งค์”พ้นเก้าอี้นายกฯไม่เหนือความคาดหมาย ห่วงแค่ยุบสภาทำสะดุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้น.ส. แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะสิ้นสุดลง และเข้าสู่สถานะรัฐบาลรักษาการ ตลาดทุนไม่ตื่นตระหนกต่อประเด็นดังกล่าว เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว แม้ระยะสั้นอาจมีความผันผวนบ้างแต่เชื่อว่าดาวน์ไซด์ไม่มาก เพราะตลาดซึมซับความเสี่ยงทางการเมืองไปกว่า 70-80% แล้ว ส่วนอัพไซด์ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และความต่อเนื่องของนโยบาย

“ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนักวิเคราะห์หรือผู้ลงทุนในตลาดส่วนใหญ่มองว่าคำตัดสินจะออกมาแบบนี้ หรือเป็นฉากทัศน์ที่ให้น้ำหนักกันมากที่สุด ตลาดทุนเลยไม่ได้ตกใจมาก จากนี้ไปขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของการเลือกนายกฯคนใหม่ และการจัดตั้งทีมรัฐบาลใหม่ขึ้น”นายไพบูลย กล่าว

ตลาดทุนมองฉากทัศน์นายกฯ พ้นตำแหน่ง และต้องเลือกนายกฯ คนใหม่ที่ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย บนสมมติฐานที่พรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมกันจัดตั้ง ครม.เพื่อบริหารงานต่อไปได้ แต่ต้องติดตามต่อว่าจะเป็นไปตามฉากทัศน์ดังกล่าวหรือไม่ นอกจากนี้ ประเด็นถัดไปนักลงทุนอาจจะสบายใจเนื่องของงบประมาณที่ผ่านสภาฯ ไปแล้ว ดังนั้น จะไม่เกิดปัญหาหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าจะกระทบต่อการเบิกจ่าย

ส่วนประเด็นเสถียรภาพการเมืองจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ ต้องติตดามว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากทัศน์ที่นักลงทุนมอง แต่มองว่าไม่ได้เป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดทุนไทย

นายไพบูลย์ กล่าวว่า แม้มีความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ชี้ว่าตลาดทุนไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันรองรับได้ ทำให้ดาวน์ไซด์หุ้นไทยจำกัด เว้นแต่มีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เข้ามากระทบ โดยปัจจุบันในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ไทยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในระดับสูง สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งเมื่อมีความชัดเจนมาตรการภาษีสหรัฐที่ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศคู่แข่ง เชื่อว่าเงินลงทุน FDI ต่าง ๆ น่าจะยังเป็นไปตามแผน และจะเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาทว่ารัฐบาลรักษาการจะมีอำนาจเดินหน้าต่อหรือไม่ หากสามารถเดินหน้าต่อได้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีได้อีก

สุดท้ายคงต้องขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งที่ผ่านมามีการเติบโตดี โดยในไตรมาส 2/68 กำไรบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่ บล.ทิสโก้ Cover มีกำไรเติบโต 29.8% YoY ขณะที่ครึ่งปีแรกเติบโต 18.20% YoY เนื่องจากมีรายการพิเศษจำนวนมาก หากหักรายการพิเศษก็ยังเป็นการเติบโตอยู่ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ตอกย้ำว่าตลาดทุนไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่ตกต่ำกว่านี้ นอกจากจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอกจากนี้นักลงทุนต่างประเทศก็เริ่มกลับมามองหุ้นไทยเมื่อการเมืองมีความชัดเจนเกิดขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)