
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (29 ส.ค.) และปรับตัวขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เป็นไปตามคาดหนุนความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 41.80 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 3,516.10 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ทรงตัว แต่ปรับตัวลง 2.2% ในเดือนส.ค. โดยเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในเดือนก.ค. ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากภาษีนำเข้าทำให้ราคาสินค้าบางชนิดเพิ่มขึ้น โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด 1 ครั้งหรืออาจ 2 ครั้งภายในปีนี้ ถือเป็นแรงสนับสนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม รวมถึงทองคำและโลหะเงิน
บรรดานักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายเดือนก.ย. โดยความน่าจะเป็นเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 89% จากเดิม 85% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อ
ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยมักทำผลงานได้ดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำ
ผู้พิพากษาศาลสหรัฐฯ พิจารณาในวันศุกร์ว่า จะสั่งห้ามชั่วคราวหรือไม่ เพื่อไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดระหว่างที่เธอฟ้องร้องต่อสู้ โดยระบุว่าทรัมป์ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมในการถอดเธอออกจากตำแหน่ง
ธนาคาร Commerzbank ระบุในรายงานว่า ทองคำได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด โดยมีกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำอย่างมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ส.ค. 68)