
นักวิเคราะห์ฯ มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ รับปัจจัยบวกจาก NVDIA ประกาศงบดีกว่าตลาดคาด ส่งผลให้ความเชื่อมั่นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐกลับมา และความเป็นไปได้ออกโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ใน ม.ค.69 ช่วยหนุนอีกแรง แม้ว่า Fed Minutes ระบุคณะกรรมการเฟดระมัดระวังการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.แต่ประเด็นนี้ตลาดตอบรับมาพอสมควรแล้วและราคาน้ำมันร่วงอาจกดดันตลาดบ้าง พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,270 จุด แนวต้าน 1,285 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัยสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้น่าจะปรับขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) รายงานรายได้กำไรดีกว่าคาด รวมถึง Guidance ก็ดีกว่าตลาดคาด น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมา ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะ Risk on โดยตลาดหุ้นภูมิภาคเปิดบวก จึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะรับปัจจัยบวกนี้ด้วย
ส่วนปัจจัยในประเทศ คาดว่ารัฐบาลจะออกโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 โดยวางแผนจะเริ่มในเดือน ม.ค. 69 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด จากกระแสข่าวระบุว่าวงเงินเฟส 2 จะใกล้เคียงกับเฟส 1 ที่มีวงเงิน 4 หมื่นล่านบาท ซึ่งพิจารณางบกลางปี 69 รัฐบาลยังมีวงเงินอยู่ 7 หมื่นล้านบาท และวงเงินที่เหลือจากเฟส 1 ประมาณ 6 พันล้านบาท ดังนั้นจึงเห็นว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 น่าจะมีความเป็นไปได้สูง ซึ่งประเด็นนี้จะช่วยหนุนตลาดหุ้น และต้องติดตามในรายละเอียด
ขณะที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหัฐฯ (เฟด) เมื่อ 28-29 ต.ค. (Fed minutes) ระบุ คณะกรรมการเฟดมีมุมมองระมัดระวังในการลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. แต่มองว่า ตลาดไม่ได้ตอบรับข่าวนี้ รวมถึงตลาดน่าจะรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันนี้ โดยตลาดมีมุมมองเกี่ยวกับเฟดลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ไปพอสมควรแล้วซึ่งให้น้ำหนักการปรับลดดอกเบี้ย 50% และตอนนี้ลดลงมาเป็น 33% ว่าจะไม่ลดดอกเบี้ย ดังนั้นจึงมองว่าประเด็นนี้ impact ตลาดน้อย
นอกจากนี้ราคาน้ำมันเมื่อคืนที่ปรับตัวลงกว่า 2% ตอบรับข่าวที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเตรียมจะเจรจาสันติภาพกับรัสเซียและยูเครน ซึ่งต้องรอดูท่าทีของ 2 ประเทศดังกล่าว อย่างไรก็ดีภาพใหญ่ของตลาดน้ำมันมองว่า ราคาน้ำมันดิบอยู่ในช่วง 60-67 เหรียญ/บาร์เรล แต่มองว่าประเด็นนี้มีน้ำหนักน้อย
พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,270 จุด แนวต้าน 1,285 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (19 พ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,138.77 จุด เพิ่มขึ้น 47.03 จุด หรือ +0.10%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,642.16 จุด เพิ่มขึ้น 24.84 จุด หรือ +0.38% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,564.23 จุด เพิ่มขึ้น 131.38 จุด หรือ +0.59%
- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดเช้าบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 49,129.29 จุด เพิ่มขึ้น 591.59 จุด หรือ +1.22%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,999.78 จุด เพิ่มขึ้น 169.13 จุด หรือ +0.65% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,960.70 จุด เพิ่มขึ้น 13.96 จุด หรือ +0.35%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (19 พ.ย.) 1,272.17 จุด เพิ่มขึ้น 2.13 จุด (+0.17%) มูลค่าซื้อขาย 30,423.09 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (19 พ.ย.)1,460.73 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. (19 พ.ย.) ลดลง 1.30 ดอลลาร์ หรือ 2.14% ปิดที่ 59.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 พ.ย.) อยู่ที่ 9.96 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.46 แนวโน้มแกว่งในกรอบ 32.35-32.55 รอประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด
- “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาเปิดชื่อ “2 แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะช่วยเข้ามาเติมคะแนนนิยมใน การเลือกตั้งปี 2569
- “อนุทิน” หัวโต๊ะเคาะกรอบงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ขาดดุล 7.88 แสนล้าน เร่งไทม์ไลน์เลี่ยงสุญญากาศช่วงเลือกตั้ง ขีดเส้นชง ครม. ม.ค.69 หวังทันใช้ 1 ต.ค. แย้ม “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ใช้งบใกล้เคียงกับเฟสแรก 4 หมื่นล้านบาท “บวรศักดิ์” เผย 8 ธ.ค.นี้ นายกฯ ลงนามไทยร่วมเป็นสมาชิก OECD ช่วยดัน ศก.โต
- “ทีดีอาร์ไอ” ผ่าทางตันโมเดลการพัฒนาไทย ชี้นโยบายอุตสาหกรรมเดิมล้มเหลว แม้ยอด BOI แตะ 1 ล้านล้านบาท 3 ปีซ้อน เสนอรื้อนโยบาย อุตสาหกรรมใหม่ครั้งใหญ่ มุ่งเป้าสร้างงานที่ดี มีมูลค่าเพิ่มให้คนไทย ระบบลงทุนดาต้าเซนเตอร์ได้ไม่คุ้มเสีย เสนอ 3 แนวทางพัฒนา 3 อุตสาหกรรมหลัก ทั้ง “FDI-อาหารสัตว์เลี้ยง-ท่องเที่ยวสุขภาพ” ด้วยเครื่องมือแบบใหม่ตอบโจทย์แข่งขันยุคใหม่
- 3 นายกสมาคมสื่อ-โฆษณา ต่างมองภาพอุตสาหกรรมปี 2568 มีความผันผวน การเติบโต-หดตัว ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงมองฉากทัศน์ปี 2569 ตัวแปรโลกคือสงครามการค้าของมหาอำนาจ ภูมิรัฐศาสตร์โลก ขณะที่ในประเทศมองการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่บริหารประเทศ การคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อต่อเนื่องจะสร้างโมเมนตัมเชิงบวก
- ส.อ.ท. เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค.68 อยู่ที่ระดับ 87.3 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 87.8 ในเดือน ก.ย.68 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าคงทนปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในหมวดรถยนต์สันดาปและเครื่องปรับอากาศ จากอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา รวมถึงผลิตภัณฑ์ไม้ในตลาดจีนและมาเลเซียที่มีคำสั่งซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง
- “บีโอไอ” เผยการลงทุนในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยนักลงทุนไทยยังเป็นกำลังหลักยื่นคำขอรับการส่งเสริมสูงถึง 840 โครงการ มูลค่ารวม 447,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% YoY ตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ที่ผลักดันการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม และการยกระดับทักษะแรงงาน โดย 5 กลุ่มศักยภาพหลักยังคงนำตลาดทั้งเกษตร-อาหาร ดิจิทัล พลังงานสะอาด และชิ้นส่วนยานยนต์
- คลังชง BOI Fast Pass เข้า ครม.เศรษฐกิจจันทร์หน้า (24 พ.ย.) “เอกนิติ” รองนายกฯ และรมว.คลังมั่นใจเม็ดเงินลงทุนต่างชาติกว่า 3 แสนล้านบาท “กระตุกเศรษฐกิจ” ทั้งปี 69 พุ่ง เร่งผลักดันบัญชีการออมส่วนบุคคล ดันตลาดหุ้นไทย
หุ้นเด่นวันนี้
- DELTA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 245.00 บาท มองเชิงบวกหลัง CAPEX กลุ่มไฮเปอร์สเกลสำหรับปี 68 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60-70% YoY จากการเปลี่ยนผ่านจาก AI training ไปสู่ AI inference และความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้น โดยในปี 69 คาดโต 24% YoY สะท้อนการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากในเทคโนโลยี generative AI และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล หนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัท โดย DELTA ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 4/68 ที่ 28% ได้แรงหนุนจากสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ AI และศูนย์ข้อมูลที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น และ คาดว่ารายได้ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 15-20%
- ITC (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 21.60 บาท ในช่วง 9 เดือนปี 68 ธุรกิจส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยไปสหรัฐฯยังเพิ่มขึ้น +10.5%y-y โดย ITC ทำได้ดีกว่ากลุ่มโดย +19.2% คำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 4/68 ยังดีต่อเนื่อง คาดหนุนให้กำไรไตรมาส 4/68 ยังขยายตัว q-q ผสานยังมีลูกค้าใหม่ที่อยู่ในการเจรจาเพิ่มเติม คาดมีโอกาสที่จะได้รับเลือกเข้าคำนวนดัชนี SET50 รอบถัดไป เป็นโมเมนตัมบวกระยะสั้น
- WHA (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.10 บาท ผลประกอบการในปี 68 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดได้ใหม่ แม้ช่วงไตรมาส 3/68 อาจเห็นการชะลอตัวลงหลังยอดโอนเพียง 100 ไร่ คาดกำไรปกติอยู่ที่ 607 ล้านบาท (-20%YoY,-44%QoQ) อย่างไรก็ตามด้วย Backlog ที่มีกว่า 1,400 ไร่ รวมกับการที่จะบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอีกกว่า 700 ล้านบาททให้คาดว่าในช่วงไตรมาส 4/68 จะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างมาก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ย. 68)





