“ทรัมป์” เตรียมจัดประชุมผู้บริหารบริษัทน้ำมันสัปดาห์นี้ หารือเพิ่มการผลิตในเวเนฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีแผนที่จะจัดการประชุมเพื่อพบปะกับบรรดาผู้บริหารจากบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.)

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อความคาดหวังของรัฐบาลในการดึงบริษัทน้ำมันชั้นนำของสหรัฐฯ กลับเข้าสู่เวเนซุเอลาอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลเวเนซุเอลาได้เข้ายึดกิจการพลังงานที่นำโดยสหรัฐฯ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ การประชุมที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ ยังมีความสำคัญต่อความคาดหวังของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกระตุ้นการผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และครอบครองแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีน้ำมันดิบคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถกลั่นได้โดยโรงกลั่นของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ นักวิเคราะห์มองว่า การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้นต้องใช้เวลาทำงานหลายปี และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์

ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรมน้ำมัน 4 รายเปิดเผยว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ 3 อันดับแรกของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil), โคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) และเชฟรอน (Chevron) ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการจับกุมตัวมาดูโร ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงของปธน.ทรัมป์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาได้จัดการประชุมร่วมกับบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ “ทั้งหมด” แล้ว ทั้งในช่วงก่อนและตั้งแต่มาดูโรถูกจับกุมตัว

ทั้งนี้ แม้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีผู้บริหารรายใดเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ แต่นักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้ขานรับข่าวความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่าการที่สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารและจับกุมตัวผู้นำเวเนซุเอลานั้น จะช่วยให้บริษัทของสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ได้ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานใน S&P500 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 ขณะที่หุ้น Exxon Mobil พุ่งขึ้น 2.21% และหุ้น Chevron ทะยานขึ้น 5.10%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ม.ค. 69)