“ทรัมป์” ยืนยันการเลือกตั้งในเวเนซุเอลาจะไม่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เวเนซุเอลาจะไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันข้างหน้า

“เราต้องซ่อมแซมประเทศนี้ให้เรียบร้อยก่อน คุณยังไม่สามารถจัดเลือกตั้ง ไม่มีทางที่ประชาชนจะไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ด้วยซ้ำในตอนนี้” ปธน.ทรัมป์กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ (NBC News) ในวันจันทร์ที่ (5 ม.ค.)

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกจากกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา

ปธน.ทรัมป์ได้ระบุชื่อสมาชิกในทีมงานหลายคนของเขา รวมถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม, สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งจะเป็นผู้ช่วยดูแลการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

ปธน.ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในการเข้าไปลงทุนและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา โดยประมาณการว่ากระบวนการดังกล่าวอาจเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 18 เดือน

“ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ในเวลาที่สั้นกว่านั้น แต่มันต้องใช้เงินมหาศาล” ปธน.ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า “ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และบริษัทน้ำมันจะสำรองจ่ายไปก่อน จากนั้นพวกเขาจะได้รับเงินคืนจากเราหรือผ่านทางรายได้ที่เกิดขึ้น”

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธมุมมองที่ว่าสหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับเวเนซุเอลา โดยเขากล่าวว่า “เรากำลังทำสงครามกับพวกค้ายาเสพติด เรากำลังทำสงครามกับคนที่ปล่อยนักโทษจากคุกเข้าสู่ประเทศของเรา และปล่อยคนติดยาเสพติดออกมา รวมถึงปล่อยคนจากสถาบันจิตเวชเข้ามาในประเทศของเรา”

ทางด้านมาดูโรได้ถูกนำตัวขึ้นศาลในรัฐนิวยอร์กในวันจันทร์ ด้วยข้อหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการสมคบคิดกระทำการก่อการร้ายด้วยการค้ายาเสพติด และการสมคบคิดนำเข้าโคเคน อย่างไรก็ดี มาดูโรได้ให้การปฏิเสธ โดยกล่าวว่าเขายังคงเป็นผู้นำประเทศ แม้ว่ารองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีไปแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ แม้ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า โรดริเกซได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันโรดริเกซได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวมาดูโรและซิเลีย ฟลอเรส ผู้เป็นภริยาในทันที โดยคำเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมสภาป้องกันประเทศซึ่งถ่ายทอดสดโดยสถานีโทรทัศน์ VTV ของรัฐบาล นอกจากนี้ โรดริเกซยังเรียกมาดูโรว่าเป็น “ประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของเวเนซุเอลา” พร้อมกับประณามการกระทำของสหรัฐฯ ในประเทศของเธอว่าเป็น “การโจมตีที่ป่าเถื่อน”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ม.ค. 69)