DSI เปิดปฎิบัติการบุกค้น 5 จุด คดีสแกนม่านตาแลกคริปโท “Worldcoin” ยึดเครื่องสแกน 4 เครื่อง

ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กองคดียาเสพติด และกองปฏิบัติการพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เข้าตรวจสถานที่ เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีพิเศษกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโทเคอเรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 5 จุด ได้แก่ จุดที่ 1.บริษัท ทีไอดีซี โฮสดิ้ง จำกัด จุดที่ 2.บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด จุดที่ 3.บริษัท ทีไอดีซี จำกัด จุดที่ 4.บมจ.เอ็มวิชั่น (MVP) และจุดที่ 5. หมู่บ้านลดาวัลย์ พระราม 2

หลังจากการเข้าตรวจค้นเบื้องต้นสามารถตรวจยึดเอกสารและเครื่องสแกนม่านตาจำนวน 4 เครื่องได้ภายในบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ย่านรามคำแหง เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ว่าเครื่องดังกล่าวเก็บข้อมูลสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน รวมทั้งขยายผลกับว่ามีการถ่ายโอนหรือเก็บข้อมูลไว้ที่ใด เพราะอาจมีผลกระทบในอนาคต

ส่วนผู้ต้องหาขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีการบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาเป็นกรอบในการดำเนินการ หากมีการสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญดิจิทัล เมื่อแลกเหรียญดิจิทัลแล้วจะเข้าข่าย พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 เป็นกฎหมายของ ก.ล.ต. ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันว่ามีความผิดฐานใด

ทั้งนี้ การเก็บข้อมูลม่านตาซึ่งถือเป็นข้อมูลชีวภาพที่สำคัญถูกนำมาแลกกับเหรียญดิจิทัลทำให้มีข้อกังวลเรื่อง ความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และว่าการเก็บหรือส่งต่อข้อมูลไปต่างประเทศนั้นถูกต้องหรือไม่ โดย DSI จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวน และขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)