
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่าน อาจเผชิญภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์น้ำมันในเวเนซุเอลา
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ หรือ 3.16% ปิดที่ 57.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 3.39% ปิดที่ 61.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
อุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่าน มีแนวโน้มเผชิญภาวะชะงักงัน โดย Lloyd’s List Intelligence รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันที่มุ่งหน้าไปยังรัสเซียถูกโดรนโจมตีในทะเลดำ ซึ่งทำให้เรือต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยยามฝั่งตุรกี และเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ
ขณะที่ลินด์ซีย์ แกรห์ม สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดทางให้สภาคองเกรสพิจารณาร่างกฎหมายคว่ำบาตรประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ก็อาจเป็นปัจจัยสกัดการส่งออกน้ำมันของรัสเซียเข้าสู่ตลาด
ส่วนสถานการณ์ในอิรักนั้น คณะรัฐมนตรีของอิรักได้อนุมัติแผนการที่จะโอนการดำเนินงานที่แห่งน้ำมัน West Qurna 2 มาเป็นของรัฐ เนื่องจากรัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงภาวะชะงักงัน อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัท Lukoil ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ทั้งนี้ West Qurna 2 เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่บริษัท Lukoil ดำเนินการอยู่ในประเทศอิรัก
ด้านอิหร่านกำลังเผชิญกับการประท้วงทั่วประเทศ และมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันซึ่งมีสัดส่วน 2% ของอุปทานทั่วโลก ขณะที่ NetBlocks ซึ่งเป็นกลุ่มตรวจสอบอินเทอร์เน็ตรายงานว่า เกิดเหตุอินเทอร์เน็ตดับทั่วประเทศอิหร่านในวันพฤหัสบดี ขณะที่การประท้วงทั่วประเทศยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากประชาชนไม่พอใจที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ทั้งนี้ อิรักและอิหร่านถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รองจากซาอุดีอาระเบีย
นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์น้ำมันในเวเนซุเอลา โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าสถานทูตต่างประเทศในเวเนซุเอลากำลังเตรียมต้อนรับบรรดาตัวแทนจากบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ และยุโรป ที่จะเข้าชมพื้นที่ในเวเนซุเอลา หลังจากสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของรัฐบาลทรัมป์ที่จะควบคุมการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลเวเนซุเอลายอมเป็นพันธมิตร
นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น เอ็กซอนโมบิล, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์ มีกำหนดเข้าพบปธน.ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา และแนวทางที่บริษัทสหรัฐฯ อาจเข้ามีส่วนร่วม
ทั้งนี้ เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก โดยมีแหล่งน้ำมันดิบสำรองราว 3 แสนล้านบาร์เรล หรือราว 17% ของปริมาณสำรองทั่วโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





