
เกิดการชุมนุมประท้วงขึ้นในหลายสิบเมืองทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ (11 ม.ค.) หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางวิสามัญฆาตกรรมหญิงรายหนึ่งในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา สุมไฟกระแสความไม่พอใจการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วประเทศ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เรเน นิโคล กู๊ด วัย 37 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ยิงเสียชีวิตเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นไปทั่วรัฐมินนิโซตาและพื้นที่อื่น ๆ จนนำไปสู่การประท้วงและการจัดพิธีไว้อาลัยเพื่อต่อต้านหน่วยงาน ICE และนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง
กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันในเมืองใหญ่ต่าง ๆ เช่น นิวยอร์ก วอชิงตัน บอสตัน ฟิลาเดลเฟีย ชิคาโก ซีแอตเทิล และมินนีแอโพลิส โดยในบางเมืองมีการจัดพิธีจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่กู๊ด ขณะที่ในพื้นที่อื่น ๆ มีการเดินขบวนเรียกร้องให้ยุบหน่วยงาน ICE
ผู้ประท้วงในย่านแมนฮัตตันออกมารวมตัวกันท่ามกลางสายฝน พร้อมร่วมกันตะโกนขับไล่ด้วยข้อความว่า “ICE ไปให้พ้น (เพื่อกู๊ด)” (ICE Out for Good) และถือป้ายที่มีข้อความประท้วงต่าง ๆ เช่น “ยุติการทำงานของ ICE” และ “หยุดทำสงครามกับเมืองของเรา”
ทั้งนี้ เหตุสลดเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลกลางได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองราว 2,000 นาย ไปยังเมืองมินนีแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการด้านตรวจคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่รัฐบาลเคยมีมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ม.ค. 69)





