
อิหร่านเผชิญการประท้วงทั่วประเทศมาตั้งแต่เดือนธ.ค. โดยสถานการณ์ความไม่สงบทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,000 คน
ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,003 คน ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า มากกว่า 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้พลีชีพเพื่อชาติ อย่างไรก็ดี รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ และได้ดำเนินมาตรการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ
ฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่านระบุว่า การจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตมีสาเหตุมาจากความกังวลด้านความมั่นคง และจะยังคงบังคับใช้จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมกล่าวโทษสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรงภายในประเทศ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในรัฐมิชิแกน เขาสนับสนุนให้ชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อไป และเตือนว่าผู้ที่สังหารผู้ประท้วงจะต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรง นอกจากนี้ เขายังระบุว่าได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 69)





