
คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ดรฟท.) มีมติอนุมัติจ้างกิจการร่วมค้า ยูที (UT Joint Venture) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) วงเงินค่าจ้างรวม 14,720 ล้านบาท
อีกเส้นทางคือ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีมติอนุมัติสั่งจ้าง บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น [UNIQ] เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ วงเงินค่าจ้างรวม 6,057 ล้านบาท
รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน
การประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) ระยะทาง 20.50 กม. โครงสร้างทางเป็นทางระดับดิน 13.83 กม. ทางยกระดับ 6.67 กม. มีสถานีจำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย สถานีศิริราช บางขุนนนท์ ตลาดน้ำตลิ่งชัน สะพานพระราม 6 บางกรวย-กฟผ. บ้านฉิมพลี กาญจนาภิเษก ศาลาธรรมสพน์ และศาลายา
โดยพื้นที่ก่อสร้างด้านซ้ายทางรถไฟ ใช้ที่ดินรถไฟเป็นหลัก ไม่มีเวนคืนที่ดิน โดยคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ได้ดำเนินการคัดเลือก ซึ่งมีบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณสมบัติ และด้านเทคนิคครบถ้วน ถูกต้อง ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
ในเอกสารประกวดราคา และมีผู้เสนอราคาต่ำสุด คือ กิจการร่วมค้า ยูที (ประกอบด้วย 1. บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (Lead Firm) และ 2. บริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด) ได้เสนอราคา 14,720,000,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 9,700,000 บาท โดยราคากลางกำหนดไว้จำนวน 14,729,700,000 บาท ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง จึงได้รายงานผลการพิจารณาประกวดราคางานจ้างก่อสร้างเสนอต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติสั่งจ้างกิจการร่วมค้า ยูที ให้เป็นผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว
รถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม
โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. โครงสร้างทางเป็นทางระดับดิน มีสถานี จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย สถานีคลองหนึ่ง ม.กรุงเทพ เชียงราก และม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พื้นที่ก่อสร้างด้านขวาทางรถไฟ ใช้ที่ดินรถไฟเป็นหลัก และมีพื้นที่เวนคืนบางส่วนประมาณ 14 ไร่ เพื่อใช้ก่อสร้างสถานีและถนนเข้าออกบริเวณสถานี
โดยคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ได้ดำเนินการคัดเลือก ซึ่งมีบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณสมบัติ และด้านเทคนิคครบถ้วน ถูกต้อง ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา และมีผู้เสนอราคาต่ำสุด คือ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ได้เสนอราคา 6,057,000,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 7,960,000 บาท โดยราคากลางกำหนดไว้จำนวน 6,064,960,000 บาท ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง จึงได้รายงานผลการพิจารณาประกวดราคางานจ้างก่อสร้างเสนอต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติสั่งจ้าง บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ให้เป็นผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ รฟท. รักษาการผู้ว่าฯ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป เนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องผูกพันงบประมาณ การรถไฟฯ จะทำเรื่องเสนอไปที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อปรับแผนหนี้สาธารณะและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ซึ่งต้องรอคำตอบจากสบน.ว่า จะเสนอ ครม.รักษาการพิจารณา หรือต้องรอรัฐบาลใหม่ ในส่วนของการรถไฟฯ จะดำเนินการตรวจสอบร่างเอกสารสัญญาของทั้งสองโครงการ เมื่อขั้นตอนครบถ้วนก็สามารถลงนามสัญญาได้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้ ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน มี.ค. 72
นายอนันต์ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน ที่สีคิ้ว การรถไฟฯ ได้มีการพิจารณาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง รถไฟสายสีแดง ทั้ง 2 โครงการให้เข้มงวดทั้งการควบคุมงาน ผู้รับจ้าง ให้มากขึ้น และจะทำการติดตั้ง CCTV และเซนเซอร์ กับเครน LG
อย่างไรก็ตาม สัญญาก่อสร้างรถไฟสายสีแดง 2 โครงการ ใช้สัญญามาตรฐาน ที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบมาแล้ว ดังนั้น จะมีการพิจารณาเพิ่ม จะยังสามารถดำเนินการในส่วนของการประกันภัย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ผู้รับจ้างจะเสนอแผนก่อน ลงนามสัญญา โดยหลักการสัญญาตามปกติ จะมีการประกันภัยโครงการและครอบคลุมบุคคลที่ 3 โดยรวม ไม่ระบุเจาะจง
ดังนั้น การรถไฟฯ จะเพิ่มเติมรายละเอียดของการประกันภัยบุคคลที่ 3 ในส่วนที่เป็นผู้โดยสารรถไฟ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยอ้างอิงตามพ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 มี.ค. 69 และจะหารือกับกรมการขนส่งทางราง เพื่อกำหนดวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสมด้วย

ทั้งนี้ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง นอกจากจะเป็นการเดินทางที่สะดวก ประหยัด ปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ลดการใช้พลังงานภายในประเทศ รวมถึงสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 69)





