
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่าราคาน้ำมันดิบบวกเกือบ 3% DoD โดย WTI ปิดเหนือ US$61/bbl สูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.68 จากความกังวลสถานการณ์ประท้วงในอิหร่าน ปัจจัยหนุนสำคัญในตลาดน้ำมันคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนประชุมกับอิหร่านทั้งหมด พร้อมแสดงความเห็นสนับสนุนให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อไป และระบุว่าความช่วยเหลือกำลังจะมาถึง ทำให้ตลาดกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซงทางการเมือง
วานนี้ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่มีการซื้อขายกับอิหร่านในอัตรา +25% (Secondary Tariff) ซึ่งส่วนใหญ่คือ จีน และอินเดีย อีกทั้งสื่อต่างประเทศระบุว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเสนอทางเลือกโจมตีให้ ปธน.ทรัมป์ พิจารณา ซึ่งเป้าหมายประกอบด้วยโครงการนิวเคลียร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และหน่วยงานด้านความมั่นคงภายใน
ขณะที่ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ประท้วงใหญ่สูงถึง 2,000 คน (บางแหล่งข่าวระบุว่ามีผู้เสียชีวิตสูง 1.2-2.0 หมื่นคน) และถูกจับกุมมากกว่า 16,000 คน
สถานการณ์ในอิหร่านเป็นปัจจัยต้องติดตามใกล้ชิด โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สัดส่วน 3-4% ของอุปทานโลก การตอบโต้ระหว่าง 2 ฝ่ายอาจกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมัน 30-35% ของโลก รวมทั้งการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสัดส่วน 20-25% ของโลก) อาจกลับมาอีกครั้ง
ขณะที่เช้านี้ API ประกาศสต็อกน้ำมันดิบ +5.3 ล้านบาร์เรล สวนทางตลาดคาดว่าจะลดลง -2 ล้านบาร์เรล
การเร่งขึ้นของราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดรอบราว 3 เดือนดังกล่าว เป็นปัจจัยเก็งกำไรหุ้น Oil Play เช่น PTTEP, PTT และ BCP ทั้งนี้ สถานการณ์ยังผันผวนสูง เน้นเก็งกำไรระยะสั้นเป็นหลัก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 69)





