
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครวันนี้ พบค่าฝุ่นเฉลี่ยทั่วกรุงอยู่ที่ 58.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด (37.5 มคก./ลบ.ม.) โดยมีพื้นที่เข้าขั้นวิกฤตระดับสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) จำนวน 3-4 เขตหลัก ได้แก่ บางรัก (ค่าสูงสุด 86.9 มคก./ลบ.ม.) ปทุมวัน สาทร และจตุจักร สาเหตุหลักจากสภาพอากาศปิดและอัตราการระบายอากาศต่ำ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสถานการณ์ในวันนี้ ไม่รุนแรงเท่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจำนวนเขตสีแดงมีเพียง 3-4 เขต น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของจังหวัดใกล้เคียง 6 จังหวัดที่งดการเผาชีวมวล ส่งผลให้ฝุ่นหนาแน่นกระจุกตัวในเขตเมือง ซึ่งคาดว่ามาจากการจราจรเป็นหลัก
นอกจากนี้ สิ่งที่แตกต่างและมีความสำคัญที่พบในปีนี้ คือการนำระบบ Cell Broadcast มาใช้แจ้งเตือนภัยฝุ่น PM 2.5 แบบทันที เมื่อประชาชน เดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นระดับสีแดง จะได้รับข้อความแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้งดกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อยกระดับการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนรับมือได้ทันท่วงที
สำหรับมาตรการ Work From Home ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่ายังไม่ประกาศเพิ่มในขณะนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะเปิดและการระบายอากาศจะดีขึ้น แต่หากหน่วยงานใดสามารถดำเนินการได้ ขอสนับสนุนให้พิจารณา Work From Home สัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อลดปริมาณการจราจรและแหล่งกำเนิดฝุ่นในเมือง

ส่วนมาตรการ Low Emission Zone (เขตมลพิษต่ำ) ซึ่งจะจำกัดการเข้าพื้นที่ของรถบรรทุกขนาดใหญ่ (ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป) ภายในวงแหวนรัชดาภิเษก ครอบคลุม 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ กทม. พร้อมประกาศใช้ทันที หากสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงขึ้นเข้าเกณฑ์วิกฤต เช่น มีเขตสีแดงตั้งแต่ 5 เขตขึ้นไป หรือสภาพอากาศปิดต่อเนื่อง 2-3 วัน โดยหัวใจสำคัญคือ การจูงใจผู้ประกอบการดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และงดใช้รถที่มีควันดำเกินมาตรฐาน
ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า ภาพรวมปีนี้ จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการดำเนินมาตรการเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในช่วงสัปดาห์วิกฤต สวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งเมื่ออยู่นอกอาคาร ติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK อย่างใกล้ชิด และหากพบแหล่งกำเนิดฝุ่นหรือรถควันดำ สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านระบบ Traffy Fondue
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 69)





