บอร์ดรฟท.เคาะ “เซ็นทรัลลาดพร้าว” เช่าที่ดินต่อ 30 ปี วงเงินกว่า 3.3 หมื่นลบ.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรักษาการผู้ว่าการฯรฟท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. วันนี้มีมติเห็นชอบผลการเจรจาสัญญาเช่าการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์การค้าบริเวณสามเหลี่ยม ย่านพหลโยธิน (เซ็นทรัล ลาดพร้าว) พื้นที่ 47.22 ไร่ กับ บริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ตามที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกในการบริหารสัญญาที่ดินเสนอ โดยสัญญาใหม่มีระยะเวลา 30 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 โดย รฟท.จะได้ผลตอบแทนตลอดระยะเวลาสัญญาวงเงินรวมกว่า 33,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ เซ็นทรัลฯ ได้เสนอการลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาทสำหรับการปรับปรุงอาคารทรัพย์สินเดิมและ ระบบ M&E ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาลและ ระบบดับเพลิง ที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานานเกือบ 50 ปี รวมถึงปรับให้รองรับเรื่องแผ่นดินไหวเพิ่มเติม เป็นต้น โดยเซ็นทรัลฯ เสนอแผนจะใช้เวลา 4 ปีในการปรับปรุง นับจากวันที่สัญญาเริ่มนับหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ รฟท.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับและติดตามการบริหารทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท. ตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของผลการเจรจา โดยหลังจากมีมติแล้วจะตรวจสอบรายละเอียดเอกสาร ความเห็นต่างๆ ที่ประกอบสัญญา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะสามารถลงนามสัญญาใหม่ได้ในไม่เกินเดือน มีนาคม 2569 โดยจะลงนาม 2 ส่วน คือ ระหว่าง รฟท.และ SRTA ในสัญญาเช่าที่ดิน และการลงนามระหว่าง SRTA กับ เซ็นทรัล ฯ

“รายได้ที่ รฟท.จะได้จาก SRTA จะเป็นค่าเช่าที่ดินและ ค่าธรรมเนียม คำนวณ NPV (Net Present Value) หรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิที่คำนวณจากฐานของโครงการ ณ ปัจจุบัน ตลอดเวลา 30 ปีรวม 3.3 หมื่นล้านบาท แบ่งจ่ายรายปี และ SRTA จะนำสิทธิการเช่าที่ดินนี้ไปบริหาร โดยทำสัญญากับเซ็นทรัลฯ อีกที คิดรายได้จากเซ็นทรัลสูงกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่ง SRTA จะได้รับเป็นส่วนต่าง จากตรงนี้”

นายอนันต์ กล่าวว่า หลังสัญญาปัจจุบันของเซ็นทรัลฯ ครบกำหนดในเดือนธันวาคม 2571 ทรัพย์สิน ที่เป็นอาคาร ทั้งหมดจะตกเป็นของ รฟท.มูลค่าประมาณ 7,600 ล้านบาท นำไปคำนวณประเมินผลตอบแทนที่ให้ SRTA เช้าช่วงไปพัฒนาต่อ จะมีผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 1 เท่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และประเมินจากผลตอบแทนของสัญญาเดิมระยะเวลาเช่า 20 ปี ได้รับผลตอบแทน ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท สัญญาใหม่ขยายระยะเวลาเป็น 30 ปี มูลค่าจึงเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขที่เหมาะสม และสอดคล้องกับระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)