
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก [OR] เปิดเผยในงาน Sustainable Spark by PTT Group ภายใต้แนวคิด “Sparking the Future: พลังจุดประกายอนาคต” ว่า “OR เติมโอกาส” เกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยอาศัยจุดแข็งของ Physical Platform ทั้งสถานีบริการ PTT Station กว่า 2,400 แห่ง และร้าน Cafe Amazon กว่า 4,700 สาขา ที่ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ มาสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านเป้าหมายการดำเนินธุรกิจปี 2030 (OR 2030 Goals) ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
มิติการสร้างชุมชนน่าอยู่ (Living Community) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนมากกว่า 17,000 ชุมชน หรือกว่า 12 ล้านชีวิต
มิติการเติบโตร่วมกัน (Economic Prosperity) ที่มุ่งสร้างอาชีพและกระจายความมั่งคั่งสู่คู่ค้า ผู้ประกอบการขนาดย่อม และชุมชน รวมมากกว่า 1,000,000 ราย
มิติการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) ที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากกว่า 1/3 เมื่อเทียบกับปี 2022 พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ภายในปี 2050 เพื่อมุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสอย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนโอกาสให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนั้น ม.ล.ปีกทอง ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายสำคัญ คือ การสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับชุมชนหรือท้องถิ่นในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์ และร่วมเติบโตไปพร้อมกับเรา เนื่องจากการทุก ๆ เปลี่ยนแปลงล้วนต้องการทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมาก ดังนั้น ชุมชนต้องมั่นใจและเชื่อมั่นว่า OR จะสามารถช่วยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองได้
โดยปัจจัยความสำเร็จคือการที่ OR ได้นำจุดแข็งที่มีมาพัฒนาต่อยอด ได้แก่ Physical Platform ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มีเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพลังจากเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (Dealer และ Franchisee) ที่มีจิตอาสาทั่วประเทศ ตลอดจนพนักงานของ OR ที่มี DNA ของความเอาใจใส่ดูแลสังคม สร้าง Ecosystem แห่งความยั่งยืน เปิดรับพื้นที่แห่งโอกาส เพื่อสร้าง พลังการมีส่วนร่วมของทุกคนในการร่วมสร้างคุณค่า และโอกาสให้กับสังคม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อสังคมและธุรกิจไปพร้อมกัน ดังจะเห็นได้จาก “โครงการไทยเด็ด” ที่สนับสนุน SMEs กว่า 500 ราย จนสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนกว่า 160 ล้านบาทต่อปีหรือ “โครงการพื้นที่ปันสุข” ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 10 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ Cafe Amazon ยังได้มอบโอกาสให้แก่สังคมผ่านห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำผ่าน “โครงการ Sustainable Coffee Sourcing” ส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เพื่อรายได้ที่มั่นคงของเกษตรกรกว่า 1,900 ราย ตลอดจนโครงการร่วมมือร่วมกับร้านค้าเบเกอรี่จากผู้ค้าท้องถิ่น ไปจนถึงปลายน้ำอย่าง “โครงการ Cafe Amazon for Chance” ที่สร้างอาชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุให้มีรายได้อย่างยั่งยืน
“ความยั่งยืนไม่ใช่สิ่งที่ทำเพิ่มจากธุรกิจ แต่เป็นสิ่งที่เราฝังอยู่ในวิธีคิดและการดำเนินงานของ OR เรามุ่งสร้าง Ecosystem ที่ทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งพนักงาน คู่ค้า ชุมชน และสังคม เพื่อให้เกิดการขยายผลของความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง” ม.ล.ปีกทอง กล่าวสรุป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





