ไหม้ซ้ำ! โครงเหล็กจุดเกิดเหตุพระราม 2 ทางหลวงเร่งรื้อย้าย สอบหาสาเหตุ-จ่ายเยียวยา

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดการพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน – เอกชัย – บ้านแพ้ว กรณีเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กสำหรับติดตั้งสะพาน (Launching Gantry – LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 ว่า ขณะนี้ กรมทางหลวง (ทล.) ได้ผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และบริษัทผู้รับจ้าง จัดตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ โดยการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานวิศวกรรมที่ผ่านการตรวจสอบร่วมกันจากทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด (20 ม.ค.69) ทีมวิศวกรของกรมทางหลวง พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และผู้รับจ้าง ได้ระดมเครื่องจักรหนักเข้าดำเนินการยกและตัดแยกโครงเหล็กส่วนหลัก (Main Truss) ลงสู่พื้นดินได้สำเร็จครบถ้วนในทุกส่วนแล้ว ภายใต้การกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดของคณะทำงานร่วม โดยขณะนี้ได้แบ่งชุดปฏิบัติงานออกเป็น 2 ชุด เพื่อเร่งตัดย่อยชิ้นส่วนเหล็กด้านล่างให้มีขนาดเหมาะสมต่อการขนย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากตำรวจทางหลวงและหน่วยงานในพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทางอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเหตุเกิดจาก มีประกายไฟจากงานตัดโครงเหล็กด้วยแก๊สใกล้บริเวณรถกระบะที่ติดอยู่ในซากมีแผ่นสะพานทับอยู่ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถห้องเย็นภายในมีวัสดุโฟมชนิดที่ลามไฟได้ง่าย โดยทีมกู้ภัยที่ประจำหน้างานได้เร่งใช้ถังดังเพลิงจำนวน 4 ถังเข้าระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนที่ทีมดับเพลิงจะเข้าระงับเหตุ และควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุเกิดซ้ำ ได้มีการป้องกันโดยฉีดพรมน้ำโดยรอบจุดที่เสี่ยงเกิดประกายไฟระหว่างทำงานตัดย่อยโครงเหล็กในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมทางหลวงและผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. ยังได้ร่วมกันตรวจประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางวิศวกรรม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีความจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบจุดเสี่ยง 2 แห่ง คือ บริเวณส่วนของโครงสร้างทางยกระดับที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จำนวน 2 ช่วง และบริเวณส่วนของโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ที่ยังไม่บรรจบกัน โดยกรมทางหลวงจะเร่งจัดทำแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยละเอียด เพื่อหารือและขอคำแนะนำทางวิศวกรรมจาก วสท. ให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและรัดกุม จนเป็นที่แน่ใจในมาตรฐานความปลอดภัยก่อนที่จะพิจารณา ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรมทางหลวงได้สรุปยอดเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น รวมทั้งสิ้น 1,705,000 บาทต่อราย โดยแบ่งเป็น:

– เงินสงเคราะห์พระราชทาน (และรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์) จำนวน 20,000 บาท

– ค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และค่าสินไหมทดแทน จำนวน 500,000 บาท ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถยนต์)

– เงินชดเชยเยียวยา จากบมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ [ITD] จำนวน 1,150,000 บาท

ทั้งนี้ยังไม่รวม เงินช่วยเหลือเยียวยาจากแหล่งอื่นๆ เช่น

– สิทธิประโยชน์กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ (กองทุนประกันสังคม)

– เงินช่วยเหลือตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (กระทรวงยุติธรรม)

– กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี) เป็นต้น

โดยกรมทางหลวงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตจัดเตรียมและยื่นเอกสาร เพื่อใช้สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา จนกว่าจะได้รับเงินครบถ้วน

สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ขณะนี้คณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง อยู่ระหว่างการประเมินข้อสันนิษฐานเบื้องต้นทางวิศวกรรมที่เป็นสาเหตุของการร่วงหล่นของโครงเหล็ก LG และเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูล เอกสาร รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและสาเหตุของเหตุการณ์ต่อไป

ขณะที่ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการรื้อย้ายโครงเหล็กเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน สัญญาที่ 3-4 ทีมวิศวกรของ รฟท.ร่วมกับ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ [ITD] และที่ปรึกษาควบคุมงาน ได้ร่วมกันวางแผนและเคลื่อนย้ายชุด Launcher อย่างเป็นระบบ ซึ่งได้มีการแยกชิ้นส่วนคอนโทรลลิฟต์ยกออกจากโครงสร้าง และตัดโครงสร้าง Truss บางจุด ปัจจุบันนี้ได้ดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างแล้วเสร็จ

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา รฟท.ได้เร่งเข้าดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟ พร้อมทั้งได้ตรวจสอบสภาพทางและพื้นที่บริเวณโดยรอบเรียบร้อย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ โดยสามารถเปิดเดินรถเส้นทางดังกล่าวได้ปกติในวันนี้(20 มกราคม 2569) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. โดยเริ่มขบวนแรกด้วยขบวนรถธรรมดาที่ 233 กรุงเทพ(หัวลำโพง) – สุรินทร์

 โดยกรมทางหลวงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตจัดเตรียมและยื่นเอกสาร เพื่อใช้สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา จนกว่าจะได้รับเงินครบถ้วน

สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ขณะนี้คณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง อยู่ระหว่างการประเมินข้อสันนิษฐานเบื้องต้นทางวิศวกรรมที่เป็นสาเหตุของการร่วงหล่นของโครงเหล็ก LG และเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูล เอกสาร รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและสาเหตุของเหตุการณ์ต่อไป

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ม.ค. 69)