
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดระบุว่า คะแนนนิยมของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปจะจัดขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งทาคาอิจิหวังใช้เป็นเครื่องตัดสินผลงานของตนเองในการบริหารประเทศ
หนังสือพิมพ์นิกเกอิเปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (26 ม.ค.) ว่า คะแนนสนับสนุนรัฐบาลลดลงต่ำกว่าระดับ 70% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทาคาอิจิรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นเมื่อเดือนต.ค. โดยปรับตัวลงมาอยู่ที่ 67% จากระดับ 75% ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดที่ชี้ว่า คะแนนนิยมลดลงจาก 68% เหลือ 63% ขณะที่ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ไมนิจิระบุว่า คะแนนนิยมดิ่งลง 10 จุด มาอยู่ที่ระดับ 57%
นายกฯ ทาคาอิจิได้ประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ทั้ง 465 ที่นั่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนคะแนนนิยมส่วนตัวให้เป็นแรงสนับสนุนนโยบายการคลังแบบขยายตัวและเพื่อกระชับอำนาจภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) โดยปัจจุบัน พรรค LDP และพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น หรือ อิชิน (Ishin) ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพียงแค่ 1 ที่นั่ง
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจสะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มไม่เชื่อมั่นในแผนเศรษฐกิจของทาคาอิจิ โดยผู้ตอบแบบสำรวจของนิกเกอิถึง 56% มองว่าแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสนอมานั้นจะไม่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ความกังวลของตลาดที่ว่าญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องออกพันธบัตรเพิ่มเติมเพื่อระดมทุนสำหรับมาตรการดังกล่าว ยังเป็นปัจจัยกดดันให้บอนด์ยีลด์ หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น
ทาคาอิจิยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านว่าฉวยโอกาสทางการเมือง จากกรณีที่ตัดสินใจประกาศเลือกตั้งก่อนที่สภาจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.93 แสนล้านดอลลาร์ โดยผลสำรวจของไมนิจิระบุว่า 2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสำรวจไม่พอใจกับช่วงเวลาในการจัดการเลือกตั้ง เทียบกับผู้ที่เห็นด้วยซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 1 ใน 3
สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ตัวทาคาอิจิได้รับความนิยมมากกว่าตัวพรรค LDP อยู่มาก โดยผลสำรวจล่าสุดจากหลายสำนักชี้ว่า พรรค LDP มีคะแนนนิยมอยู่ที่ระดับ 30% เท่านั้น อีกทั้งยังเสียฐานเสียงจากพรรคโคเมโต (Komeito) ซึ่งเป็นพรรคสายกลางที่ยุติการเป็นพันธมิตรยาวนาน 26 ปีกับพรรค LDP เมื่อปีที่แล้ว และหันไปจับมือกับพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (CDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ทำให้พรรค LDP ขาดฐานเสียงสำคัญในเขตเลือกตั้งในหลายสิบเมือง
นักวิเคราะห์มองว่า ผลการเลือกตั้งอาจขึ้นอยู่กับว่า นายกฯ ทาคาอิจิจะสามารถใช้คะแนนนิยมส่วนตัวที่แข็งแกร่งมาช่วยฟื้นคะแนนเสียงให้กับพรรคในภาพรวมได้หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะคาดเดาผลได้ยากที่สุดในรอบหลายปี และสส.พรรค LDP ต่างตระหนักดีว่า ชะตากรรมของตนตกอยู่ในกำมือของทาคาอิจิ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)





