
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของพายุฤดูหนาวที่มีต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ รวมทั้งผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 60.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 29 เซนต์ หรือ 0.44% ปิดที่ 65.59 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ สูญเสียกำลังการผลิตมากถึง 2 ล้านบาร์เรล/วัน หรือประมาณ 15% ของการผลิตภายในประเทศ เนื่องจากพายุฤดูหนาวพัดถล่มทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า
ด้านบริษัท Energy Aspects ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ประมาณการว่า ภาวะชะงักงันด้านการผลิตน้ำมันเกิดขึ้นมากที่สุดในวันเสาร์ (24 ม.ค.) โดยการผลิตน้ำมันจากแอ่งพอร์เมียน (Permian Basin) ลดลงมากที่สุดที่ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน อย่างไรก็ตาม ภาวะชะงักงันเริ่มลดน้อยลงในวันจันทร์ โดยการผลิตน้ำมันจากแอ่งเพอร์เมียนลดลงเพียง 700,000 บาร์เรล/วัน และคาดว่าการผลิตน้ำมันจากพื้นที่ดังกล่าวจะกลับมาเต็มรูปแบบอีกครั้งในวันที่ 30 ม.ค.
ด้านกระทรวงพลังงานคาซัคสถานออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า คาซัคสถานพร้อมที่จะกลับมาดำเนินการผลิตที่แหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่าปริมาณการผลิตยังคงต่ำ และยังคงมีการประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure) สำหรับการส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อส่งแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (Caspian Pipeline Consortium – CPC)
นักลงทุนยังคงระมัดระวังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อันเนื่องมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กองเรือรบของสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน พร้อมกับย้ำคำเตือนถึงอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงหรือกลับมาเริ่มโครงการนิวเคลียร์อีก
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมของสมาชิก 8 ชาติของกลุ่มโอเปกพลัส ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน อิรัก คาซัคสถาน และแอลจีเรีย ในวันที่ 1 ก.พ. เพื่อพิจารณานโยบายการผลิตน้ำมัน โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนมี.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)





