ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าบางรายการจากเกาหลีใต้เป็น 25%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศทางแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลในวันจันทร์ (26 ม.ค.) ว่า เขาได้ตัดสินใจปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่น ๆ บางรายการจากเกาหลีใต้เป็น 25% จากเดิม 15% พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์สภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ว่ายังไม่ให้การรับรองข้อตกลงการค้าทวิภาคี

นอกเหนือจากรถยนต์แล้ว ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า ไม้แปรรูปและเวชภัณฑ์จากเกาหลีใต้ รวมถึงสินค้านำเข้าประเภทอื่น ๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกเรียกเก็บ “ภาษีศุลกากรตอบโต้” (Reciprocal Tariff) นั้น จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นด้วย

“ข้อตกลงการค้าของเรามีความสำคัญต่ออเมริกามาก ในแต่ละข้อตกลงเหล่านี้ เราได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดภาษีของเราให้สอดคล้องกับธุรกรรมที่ได้ตกลงกันไว้ แน่นอนว่าเราคาดหวังให้คู่ค้าของเราทำแบบเดียวกัน” ปธน.ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ปธน.ทรัมป์กล่าวหาว่า รัฐสภาของเกาหลีใต้ “ไม่ปฏิบัติตาม” ข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว และยังคงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวในเวลา 3 เดือนต่อมา ในระหว่างที่เขาเดินทางเยือนเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ยังตั้งคำถามว่า “ทำไมสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ถึงยังไม่อนุมัติข้อตกลงนี้”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในช่วงปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์และปธน.อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ได้เห็นพ้องร่วมกันในรายละเอียดของข้อตกลงการค้า ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เกาหลีใต้ให้คำมั่นที่จะลงทุนมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเป็นวงกว้างจาก 25% เหลือ 15%

อัตราภาษีที่ระดับ 15% เป็นอัตราเดียวกับที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงการค้าที่คล้ายคลึงกันกับรัฐบาลทรัมป์ไปก่อนหน้าเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้นำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้เป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)