All About ESG : SENA อยู่บ้านเฉย ๆ ก็เซฟโลกได้ ?

อยู่บ้านเฉย ๆ ก็เซฟโลกได้ ? เชื่อว่าหลายคนใช้ชีวิตแต่ละวันก็เหนื่อยแล้ว บางทีต้องให้มาช่วยรักษ์โลกอีกอาจจะไม่ไหว…

ดังนั้น ถ้า “ที่อยู่อาศัย” ของเราถูกคิดมาให้เสร็จสรรพผ่านนวัตกรรมที่เซฟ ทั้งโลก ทั้งเงินในกระเป๋า เราก็อาจจะช่วยโลกได้แม้นอนทิ้งตัวอยู่บ้านเฉย ๆ OMG !!!

แต่นี่ก็เป็นแค่เพียงตัวอย่างเดียว ของแนวคิดจาก บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ [SENA] ที่นำหลัก “ESG” มาใช้ ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกเพียบที่ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ SENA กำลังจะเล่าให้เราฟังผ่าน “All About ESG” EP.นี้

“เชื่อว่าลึก ๆ ทุกคนตื่นมาไม่มีใครอยากทำร้ายโลก ทุกคนอยากช่วยโลกแต่ต้องไม่ยุ่งยาก เพราะชีวิตประจำวันของทุกคนก็ยุ่งอยู่แล้ว ดังนั้นหน้าที่ของเราคือทำให้การลดคาร์บอนเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับลูกค้า” ผศ.ดร.เกษรา บอกกับ “อินโฟเควสท์”

ดังนั้น หลัก ESG ที่นำมาปรับใช้ เราแบ่งการดำเนินงานง่าย ๆ เป็น 2 แบบ คือ ส่วนที่เป็น “การจัดการภายในบริษัท” และส่วนที่ “ทำผ่านตัวสินค้า (Product)”

๐ มิติ E – Environment : สิ่งแวดล้อม

• การจัดการภายในบริษัท : เช่น การประหยัดกระดาษ การประหยัดไฟในสำนักงาน เป็นต้น

• ตัวสินค้า : “Zero Energy Housing” ออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด เช่น การติดโซลาร์เซลล์ หรือล่าสุดได้มีการร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นออกแบบนวัตกรรมเพิ่มเติม อาทิ มีผนังกันความร้อน และการ ปลูกต้นไม้บังแดด เพื่อไม่ให้บ้านร้อนเกินไป

ผลลัพธ์ที่ได้คือ เมื่อบ้านไม่ร้อน การเปิดเครื่องปรับอากาศก็ไม่ต้องใช้ไฟมาก ดังนั้นลูกค้าก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ลดค่าไฟได้ประมาณ 20% เป็นต้น

๐ มิติ S – Social : สังคม

มีการดำเนินโครงการที่หลากหลาย เพื่อให้สังคมดีขึ้นในหลายมิติ อาทิ

• โครงการ “บ้านร่วมทางฝัน” : อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายใต้โครงการนี้จะนำกำไรทั้งหมดมอบให้โรงพยาบาลภาครัฐ ปัจจุบันทำถึงโครงการที่ 6 แล้ว โดยคาดการณ์กำไรที่จะมอบให้โรงพยาบาลรอบนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท

• โครงการ “เช่าออมบ้าน” (LivNex): ช่วยให้คนไทยเข้าถึงการมีบ้านง่ายมากขึ้น โดยเป็นการทำสัญญาตรงกับเสนาฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้แม้ไม่พร้อมกู้ธนาคาร เพียงจ่ายค่าเช่า เท่ากับมีเงินออม ไว้หักเงินต้นเมื่อพร้อมกู้สินเชื่อบ้าน เพื่อสร้างโอกาสการมีบ้านได้ง่ายขึ้น

๐ มิติ G – Governance : ธรรมาภิบาล

ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อาทิ พนักงาน, ลูกค้า, ผู้ถือหุ้น หรือ ธนาคาร เพราะทุกคนไว้ใจเรา นำเวลาและเงินมาลงทุนกับบริษัทเรา

ดังนั้นหน้าที่ของบริษัทคือการ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

๐ อุปสรรคที่พบระหว่างทาง

“อุปสรรคที่แท้จริง… อาจจะเป็นใจของเราเอง” กรรมการผู้จัดการกล่าว

เนื่องจากในอดีต ESG ไม่ใช่สิ่งที่สร้างกำไรได้โดยตรงเหมือนมิติธุรกิจด้านอื่น ๆ ไม่ได้รับการให้ค่า ไม่ได้มีใครมาบีบบังคับ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นมาก ทั้งการขับเคลื่อนจากสังคม อย่างการให้คะแนน (Rating) จากตลาดหลักทรัพย์ หรือได้รับการชื่นชมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ที่สำคัญตัวของลูกค้าเองก็มีความเข้าใจมากขึ้น และชื่นชมที่เรามีโครงการแนวนี้เกิดขึ้นมา ดังนั้นทุกแรงผลักดันตอนนี้ จึงหนุนให้ผู้ประกอบการต้องหันมาเดินหน้าเรื่อง “ESG” อย่างแท้จริง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)