
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงาน สำนักงาน กสทช. รอหลักฐานจากกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามที่ บก.ปอท. ได้แจ้งต่อสำนักงาน กสทช. และขอให้ร่วมลงพื้นที่ จ. สระแก้ว เป็นการเร่งด่วน หลังจาก บก.ปอท.ได้รับการประสานจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งว่าพบ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โดยโอนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารจากประเทศกัมพูชา ซึ่งตรงกับข้อมูลการรับแจ้งความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงาน กสทช. ได้รับการประสานจาก บก.ปอท.ขอให้ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (โหนด) ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันที่ 21 ม.ค.69 เป็นการเร่งด่วน โดย บก.ปอท.ขอหมายค้นพื้นที่ที่มีการตั้งจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว หลังจากที่สืบทราบว่า IP Address ดังกล่าวถูกนำไปใช้งานในกัมพูชา ซึ่งไม่ถูกต้องตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาญชากรรมทางเทคโนโลยีที่ห้ามมิให้นำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศ โดยกรณีนี้ธนาคารได้สังเกตความผิดปกติของการใช้งาน IP Address ดังกล่าว จึงได้แจ้งประสานตรวจสอบพบความผิดปกติกับ บก.ปอท. ก่อนที่ บก.ปอท. จะขอความร่วมมือมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อให้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ
อย่างไรก็ดี วานนี้ สำนักงาน กสทช. ได้มีการประชุมสำนักที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมทั้งหมดเพื่อเตรียมเสนอบทลงโทษกรณีผู้ให้บริการโทรคมนาคมกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งภายในเดือน ม.ค. เพียงเดือนเดียวสำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคมอย่างแคร่งครัดใน 3 กรณี ได้แก่ (1) กรณีการแอบวางท่อลากสายการให้บริการโทรคมนาคมไปยังพม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งพบในพื้นที่บ้านหลังหนึ่งตรงข้ามชเวก๊กโก (2) การตรวจสอบการจำหน่ายกล้องวงจรปิดที่มีการลักลอบนำซิมจากต่างประเทศขายพ่วงในอุปกรณ์ และอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีการแอบอ้างใช้เอกสารราชการในการขายสินค้าหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 กทม. และ (3) การลงพื้นที่ตามการรับแจ้งของ บก.ปอท. เพื่อตรวจสอบการนำบริการอินเทอร์เน็ตไปใช้ยังกัมพูชา ในจ.สระแก้ว สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)





