
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (27 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่าพายุฤดูหนาวได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ และให้การส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวเม็กซิโกลดลงเหลือศูนย์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ หรือ 2.90% ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ หรือ 3.02% ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ประมาณการว่า ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ สูญเสียกำลังการผลิตมากถึง 2 ล้านบาร์เรล/วัน หรือประมาณ 15% ของการผลิตโดยรวมในประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากพายุฤดูหนาวที่รุนแรงได้พัดถล่มทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า
นักวิเคราะห์ตลาดจาก City Index กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หากสภาพอากาศหนาวเย็นจัดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในระยะสั้นนี้ ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน
บริษัท Vortexa ผู้ให้บริการติดตามการเดินเรือระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากท่าเรือบริเวณอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ลดลงเหลือศูนย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวจัด ก่อนที่การส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวในวันจันทร์ โดยมีปริมาณการไหลเวียนสูงกว่าระดับปกติของฤดูกาลเนื่องจากท่าเรือต่าง ๆ กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง
รายงานระบุว่า แหล่งน้ำมันเทนกิซ (Tengiz) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน มีแนวโน้มที่จะฟื้นฟูกำลังการผลิตได้ไม่ถึงครึ่งของระดับปกติภายในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตน้ำมันจากแหล่งดังกล่าวเป็นไปอย่างเชื้องช้า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้และไฟฟ้าดับ
นักวิเคราะห์จาก BOK Financial กล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ประกอบกับการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซียที่ยังคงไม่คืบหน้า เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมัน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (26 ม.ค.) ว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” (USS Abraham Lincoln Carrier Strike Group) ได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปกป้องกองกำลังของสหรัฐฯ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นการเตรียมความพร้อมในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน
นักลงทุนจับตาการประชุมของสมาชิก 8 ชาติของกลุ่มโอเปกพลัส ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน อิรัก คาซัคสถาน และแอลจีเรีย ในวันที่ 1 ก.พ. เพื่อพิจารณานโยบายการผลิตน้ำมัน โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนมี.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)





