ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าไร้ทิศทาง นลท.จับตาผลประชุมเฟด-ผลประกอบการบริษัทเทคฯ

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าไร้ทิศทางในวันนี้ (28 ม.ค.) โดยตลาดบางแห่งได้แรงหนุนจากดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (27 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้

  • ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 53,029.97 จุด ลดลง 303.57 จุด หรือ -0.57%,
  • ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,725.25 จุด เพิ่มขึ้น 598.30 จุด หรือ +2.21% และ
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,160.01 จุด เพิ่มขึ้น 20.10 จุด หรือ +0.49%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.22% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงทำสถิติสูงสุดระดับใหม่ โดยพุ่งขึ้น 1.61%

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.6% ในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบรายปี นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส เพิ่มขึ้นจาก 3.2% ในไตรมาส 3/68

ตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาส 4 สอดคล้องกับผลสำรวจนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ทั้งยังตอกย้ำคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ว่า โอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อาจมีจำกัด โดยแอนดรูว์ ฮาวเซอร์ รองผู้ว่าการ RBA ระบุเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า เงินเฟ้อระดับปัจจุบันนั้น “สูงเกินไป” พร้อมย้ำว่า RBA มีหน้าที่รักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 2-3% แต่ตัวเลขขณะนี้ยังคงพุ่งเกินเป้าหมาย

นอกจากนี้ ฮาวเซอร์มองว่าโอกาสที่ RBA จะลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ยังมีน้อยมาก เช่นเดียวกับมิเชล บูลล็อก ผู้ว่าการ RBA ที่เคยกล่าวหลังประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ว่า ยังไม่เห็นสัญญาณการลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Meta, Microsoft และ Tesla ในวันนี้ รวมทั้งจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้เช่นกัน ขณะที่ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)