
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากผลประกอบการของ SAP จากเยอรมนี และ Microsoft ของสหรัฐฯ ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนได้
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 607.14 จุด ลดลง 1.37 จุด หรือ -0.23%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,071.36 จุด เพิ่มขึ้น 4.68 จุด หรือ +0.06%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,309.46 จุด ลดลง 513.33 จุด หรือ -2.07% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,171.76 จุด เพิ่มขึ้น 17.33 จุด หรือ +0.17%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 2.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 เมื่อการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ จุดชนวนให้ตลาดทั่วโลกเทขาย
หุ้น SAP ร่วงลง 16% เนื่องจากคาดการณ์รายได้จากธุรกิจคลาวด์ทั้งปีไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยหุ้นของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์องค์กรรายนี้เผชิญการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณว่า บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้างรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างไร หลังทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ในตลาดวอลล์สตรีท นักลงทุนเทขายหุ้น Microsoft และ ServiceNow หลังผลประกอบการของทั้งสองบริษัทออกมาต่ำกว่าที่คาดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า นักลงทุนไม่ควรกระจายการลงทุนออกจากสหรัฐฯ หรือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาคส่วนที่มีความสามารถทำกำไรได้โดดเด่น
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า กำไรของภาคเทคโนโลยีในสหรัฐฯ คาดว่าเพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีในยุโรปคาดว่ากำไรลดลง 8.3%
ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสร้างความตึงเครียดให้ตลาด โดยดัชนีความผันผวน euro STOXX พุ่งขึ้น 2.3 จุด
สหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง และความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่อาจหยุดชะงักจากภูมิภาคผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
หุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปปรับตัวขึ้น 1.4% ช่วยชดเชยแรงปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มอื่น ๆ
หุ้น Deutsche Bank ปรับตัวลง 1.2% แม้รายงานกำไรประจำปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากนักลงทุนประเมินผลกระทบจากการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงิน
หุ้น Nokia ของฟินแลนด์ร่วงลง 9.4% หลังผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายนี้ออกแนวโน้มที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นไปอย่างระมัดระวัง และระบุว่า ซารี บัลดอฟ ประธานบริษัทที่ดำรงตำแหน่งมายาวนาน มีแผนจะก้าวลงจากตำแหน่ง
ด้านหุ้น ABB กลุ่มวิศวกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ พุ่งขึ้น 8.5% หลังรายงานคำสั่งซื้อรายไตรมาสสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมให้แนวโน้มที่มั่นใจสำหรับปี 2569 ขณะที่หุ้น Remy Cointreau ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% หลังยอดขายไตรมาส 3 กลับมาเติบโตและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)





