หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งในกรอบ รับกลุ่มน้ำมันหนุนหลังราคาพุ่ง จับตาผลประกอบการบจ.

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบ ยังไม่มีปัจจัยใหม่อื่นๆ โดยอาจได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มน้ำมัน จากราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% รับความกังวลความไม่แน่นอนว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ รวมทั้งติดตามการรายงานผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมา พร้อมให้แนวต้าน 1,350 จุด แนวรับ 1,320 จุด

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ ยังไม่มีปัจจัยใหม่ แต่คาดว่าจะมีปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเมื่อคืนนี้ปรับขึ้นไปราว 3% จากความกังวลความไม่แน่นอนในประเด็นที่สหรัฐจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ ทำให้เป็นปัจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมา ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดมาเคลื่อนไหวบวกและลบสลับกัน

โดยให้แนวต้าน 1,350 จุด แนวรับ 1,320 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (29 ม.ค.) 49,071.56 จุด เพิ่มขึ้น 55.96 จุด หรือ +0.11%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,969.01 จุด ลดลง 9.02 จุด หรือ -0.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,685.12 จุด ลดลง 172.33 จุด หรือ -0.72%
  • ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวกส่วนใหญ่ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,434.73 จุด เพิ่มขึ้น 59.13 จุด หรือ +0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 27,785.98 จุด ลดลง 182.11 จุด หรือ -0.65% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,131.99 จุด ลดลง 25.99 จุด หรือ -0.63%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (29 ม.ค.) 1,331.07 จุด ลดลง 7.83 จุด (-0.58%) มูลค่าซื้อขาย 51,753.59 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (29 ม.ค.) 2,564.05 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (29 ม.ค.)เพิ่มขึ้น 2.21 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (29 ม.ค.) อยู่ที่ 6.29 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.33/34 อ่อนค่าตามภูมิภาค-ราคาทองย่อตัว คาดกรอบวันนี้ 31.25-31.50
  • ททท. ชี้สัญญาณบวกท่องเที่ยว “เทศกาลตรุษจีนปีม้า” กระแสเดินทางคึกคัก ดัน เม็ดเงินสะพัดกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท จับตาอานิสงส์กรณีพิพาทจีน-ญี่ปุ่น หลังสายการบินจีนยกเลิกเที่ยวบิน 49 เส้นทางสู่ญี่ปุ่น ลุ้นยอดทัวริสต์จีนเปลี่ยนแผนเดินทางเข้าไทยแทน ด้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่กลุ่มเซ็นทรัลอัดฉีดงบ 600 ล้านลุยบิ๊กแคมเปญ ระดมกลยุทธ์สร้างสีสัน ปลุกใช้จ่าย
  • “พิพัฒน์” เกียรตินาคินภัทร ชี้ประกันสังคมเผชิญวิกฤตเชื่อมั่น-ธรรมาภิบาล แนะปฏิรูปโครงสร้างฟื้นความเชื่อมั่น-แยกพอร์ตลงทุน เฟ้นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพสร้างผลตอบแทนเพิ่ม ย้ำหากไม่เปลี่ยนแปลงเสี่ยงเผชิญขาดทุนหนัก เงินสะสมส่อเกลี้ยงภายในปี98
  • ราคาโลหะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง “ทองโลก” นิวไฮ 9 วันติด “แร่เงิน” ทะลุ 120 ดอลลาร์ สูงสุดเป็นวัติการณ์ตามรอยทองแดง นักวิเคราะห์เตือนโลหะมีค่าสินทรัพย์ปลอดภัย เสี่ยงหลุดปัจจัยพื้นฐาน ตลาดกำลังพัง “สมาคมค้าทองคำ” ชี้ยุคตื่นทอง หลังภูมิรัฐศาสตร์ระอุ ทรัมป์ป่วนรายวัน มีโอกาสดันทองไทยแตก 1 แสนบาท หากทองโลกขึ้น 40% แตะ 6,000 ดอลลาร์
  • ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายต่อเนื่องสำหรับ ธุรกิจ “แบงก์” หรือธนาคารที่ยังคงเผชิญโจทย์ยากจากรายได้ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเติบโตจำกัด จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการฟื้นตัวของสินเชื่อที่ติดลบ และฟื้นตัวล่าช้า ซึ่งสวนทางกับต้นทุน และความเสี่ยงจาก “คุณภาพสินทรัพย์” ที่ยังคงเป็นประเด็นที่จะกดดันต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในปีนี้
  • ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค.2568 ยังไปต่อ อานิสงส์ท่องเที่ยวในประเทศ-ส่งออกหนุน ด้าน MPI โต 2.52% ผลดียานยนต์และมาตรการรัฐหนุน
  • กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากต้นทุนโลหะสำคัญ อาทิ อะลูมิเนียม และทองแดง เป็นต้น รวมถึงความต้องการบริโภคสินค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี

หุ้นเด่นวันนี้

  • CENTEL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CENTEL จากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 จะยังแข็งแกร่ง โดย RevPar เดือน ต.ค. อยู่ที่ 3,815 บาท (+24%YoY) ด้วย ADR ที่ 5,339 บาท (+11%YoY) และ OCR ที่ 71% (+7 ppts YoY) หนุนการเติบโตของกำไรในไตรมาส 4/68 ทั้งนี้อิงจากการจองล่วงหน้า ผู้บริหารคาดว่าผลการดำนเนงานของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 1/69 จะยังคงแข็งแร่งและคาดว่าการเติบโตของ RevPar อยู่ที่ประมาณ 26% YoY ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
  • OSP (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 21 บาท บริษัทมีการปรับโครงสร้ง รวมศูนย์การผลิตโรงานแก้วและเครื่องดื่ม คาดจะเกิดค่าใช้จ่ายพิเศษในไตรมาส 4/68 ราว 100-150 ลบ.เบื้องต้นคาดทำให้กำไรสุทธิ ไตรมาส 4/68 อาจอยู่ที่ราว 692 ลบ. -1% q-q, +22%y-y แต่ยังคาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ใกล้เคียงที่เคยคาดไว้ราว 808 ลบ. +15% q-q, +32% y-y ถือเป็นกำไรที่ดี แนวโน้มรายได้ ไตรมาส 1/69 เติบโตทุกธุรกิจทั้งเครื่องดื่มและ personal care ในประเทศ รวมถึงต่างประเทศที่ยังเห็นการเติบโต y-y เรายังคาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.66 พันลบ. +5% y-y และเริ่มเห็น Upside

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)