เลือกตั้ง’69: “อนุทิน” นำทัพปราศรัยใหญ่ กทม. ลั่นเลือกภท.ปิดสวิตช์ความเสี่ยง พาไทยผงาดเวทีโลก สร้างเศรษฐกิจมั่นคง

พรรคภูมิใจไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่กทม. เย็นวานนี้ นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงกทม., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม., นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต ร่วมขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาสังคม

นายอนุทิน กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรค พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดตัดสินอนาคตประเทศ ขอให้ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อปกป้องอธิปไตย รักษาสถาบันหลักของชาติ ฟื้นศักดิ์ศรีไทยบนเวทีโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน ระบุว่า มี 4 เรื่องสำคัญที่ได้รับฟังจากประชาชนทั่วประเทศอย่างตรงกัน คือ 1) การรักษาแผ่นดิน และอธิปไตยของชาติ 2) การปกป้องสถาบันหลักของประเทศ 3) การนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี 4) การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า การที่มีรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ลงเฟซบุ๊กข่มขู่ว่า ถ้าไม่อยากให้มีสงครามรอบ 3 ต้องไปเลือกพรรคภูมิใจไทย แถมยังเป็นหัวคะแนนให้เลือกอีก 2 พรรค ถ้าประชาชนอยากให้นายกรัฐมนตรีที่กัมพูชาเลือกให้ ก็ให้ไปกา 2 พรรคนั้น แต่ตนมั่นใจว่า รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐบาลคนไทย 100% เป็นรัฐบาลที่ไม่ติดหนี้บุญคุณคนต่างชาติ เราจะไม่มีวันเป็นพวกเดียวกับเขา เรายินดีเป็นฝั่งตรงข้าม และขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยให้ได้มากที่สุด

“ผมรับปากว่า จะรักษาแผ่นดินไทยด้วยชีวิตของผม ผมจะไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา จนกว่าคนไทยเจ้าของประเทศ จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่มอบให้กับผม และผมจะไม่มีวันยอมตกอยู่ใต้อาณัฐของใคร ที่จะทำให้ผมไม่รับฟังความประสงค์ของพี่น้องคนไทย”

ที่ผ่านมา แม้ตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่สามารถทำในสิ่งที่รัฐบาลเสียงข้างมากไม่สามารถทำได้ในเวลาที่บริหารประเทศมากกว่าตน การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตนถูกขู่อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน ขู่บ่อย ๆ ตนเลยยุบสภาเลย

ในด้านการปกป้องสถาบัน นายอนุทิน ยืนยันว่าจะปกป้องด้วยชีวิต และจะไม่มีทางที่จะให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 และมาตรา 112 และไม่มีวันที่จะทำได้สำเร็จ จะมาออกกฏหมายว่า ไม่ต้องรับโทษในเรื่องที่เกี่ยวข้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องนี้ไม่ได้

ในด้านการนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก นายอนุทิน กล่าวว่า ตลอดเวลาทำงาน 3 เดือน ได้ปกป้องเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของประเทศสามารถยืนบนเวทีโลกได้จนถึงปัจจุบัน และการตัดสินใจของรัฐบาลไม่เคยเอาประเทศไทยไปเสี่ยง ตัดสินใจบนพื้นฐานที่ประเทศต้องชนะและได้เปรียบ จึงเป็นที่มาที่ต้องมีทีมที่แข็งแกร่งทั้ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เราจะสร้างอำนาจการต่อรอง ด้วยการสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด

สำหรับในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายอนุทิน ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายแจกเงินแบบไร้เหตุผล แต่จะเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดหนี้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

“2 เดือนกว่า ได้มีการนโยบายคนละครึ่งพลัส และหากหลังวันที่ 8 ก.พ.ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมากเพียงพอ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะออกมาอีก จะทำให้พี่น้องมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีไปพร้อมกันจริงๆ เราต้องยืนอยู่บนขาตัวเองได้ คนไทยไม่ใช่วณิพก คนไทยไม่ได้ขอทาน ไม่ต้องเอาเงินมาให้ เอาโอกาสที่ดีมาให้ ดูแลพวกเราให้ทำงานคล่อง ไม่กดขี่ข่มเหง ไม่ต้องมาแจกเงินเดือนละ 3,000 มีปัญญาหาเองได้ อย่ามองคนไทยแบมือของอย่างเดียว เปิดโอกาสให้เรา อย่าเอาแผ่นดินของเราให้คนต่างชาติ แค่นี้คนไทยก็อยู่ได้แล้ว”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าววว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งราคาข้าว มันสำปะหลัง ราคาสินค้า การส่งออก การลงทุน การสร้างความเข้มแข็งระบบวินัยการเงินการคลัง การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นที่เชื่อถือของคนทั้งโลก ตนมีคนทำงานให้หมดแล้ว ทั้งนายศุภจี นายเอกนิติ นางศุภจี เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีประสบการณ์ จะมาทำงานรับใช้ประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทยมากพอ ตนก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ซึ่งตนได้วางรัฐมนตรีไว้แล้ว และยืนยันว่า จะกำกับดูแลคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นที่พอใจของประชาชน ให้เป็นที่ภูมิใจของประชาชนที่ให้ความมั่นใจกับเราอย่างเต็มที่ และตั้งใจที่จะมาทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า มีความมั่นคง มีสถาบันหลักยั่งยืนตลอดไป มีที่ยืนบนเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี

“เลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยไม่มีความเสี่ยง ไม่เสียแผ่นดิน เศรษฐกิจไม่ล้ม ไม่มีการเมืองที่อ่อนแออีกต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่พูดแล้วทำ”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 69)