
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงมาตรการป้องปรามการทุจริตเลือกตั้ง โดยมีการแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 2 กลุ่ม คือพื้นที่จังหวัดที่การแข่งขันเป็นปกติ 35 จังหวัด และ พื้นที่เฝ้าระวังเข้มข้น 42 จังหวัด เนื่องจากมีการแข่งขันรุนแรงในแต่ละเขต. ทาง กกต. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยระดมกำลัง ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ เข้าเป็นชุดป้องกันป้องปรามเคลื่อนที่เร็ว พร้อมประสานผู้ตรวจการเลือกตั้ง และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) ในการเกาะติดสถานการณ์และแจ้งเบาะแสในพื้นที่อย่างเข้มงวด
เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่ามีข่าวการซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ทาง กกต. ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจมีมาตรการป้องกันที่รัดกุม ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าพฤติกรรมการซื้อเสียงน่าจะเริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และอาจมีรายงานการทุจริตเข้ามามากขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
สำหรับความคืบหน้ากรณีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติจำนวน 250 ล้านบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายแสวง ระบุว่า ทาง ธปท.ได้ส่งข้อมูลมาให้แล้วในช่วงเย็นวานนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลของลูกค้าในสาขาธนาคารพาณิชย์ พบว่ามี ลูกค้า 6 ราย ที่มีการเบิกถอนเงินผิดปกติ ขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบความสัมพันธ์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองอย่างไร รวมถึงตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการเบิกเงินดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายแสวงย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะอาจเป็นการนำไปใช้ทางธุรกิจปกติก็ได้ โดยทาง กกต. จะประสานกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบที่มาของเงินอย่างละเอียด และเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้ารายงานต่อที่ประชุม กกต. ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 69)



